🙂
คำว่า “ปล่อย” หรือ “ปล่อยวาง” สำหรับเราไม่ได้แปลว่าไม่สนใจหรือยอมแพ้ แต่คือการยอมรับว่ามีบางเรื่องที่เรา “ทำดีที่สุดได้แค่นั้น” แล้วที่เหลือให้มันเป็นไปตามเหตุและผลของมันเอง ช่วงไหนที่รู้สึกเหนื่อยมาก ๆ เราจะลองกลับมาถามตัวเองง่าย ๆ ว่า เรื่องนี้อยู่ในสิ่งที่เราควบคุมได้ไหม วิธีที่เราฝึกปล่อยวางเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ (ทำได้ในชีวิตประจำวัน) 1) แยกให้ชัด: ควบคุมได้ vs ควบคุมไม่ได้ เราจะเขียนสั้น ๆ ในโน้ต 2 คอลัมน์ เช่น “ควบคุมได้” = ท่าทีของเรา, การสื่อสาร, ความพยายาม, การพักผ่อน และ “ควบคุมไม่ได้” = ความคิดคนอื่น, ผลลัพธ์ระยะสั้น, อากาศ, เหตุการณ์ไม่คาดคิด แค่เห็นเป็นภาพ ใจจะเริ่มเบาขึ้นทันที 2) เปลี่ยนจาก “ต้องได้แบบนี้” เป็น “ขอทำให้ดีที่สุด” ประโยคนี้ช่วยมากเวลางานกดดันหรือมีเรื่องความสัมพันธ์ เราเปลี่ยนเป้าหมายจากผลลัพธ์ไปเป็นกระบวนการ เช่น วันนี้ตั้งใจทำทีละขั้น ส่งงานให้ดีที่สุด และยอมรับว่าคนอื่นอาจยังไม่พอใจก็ได้ แต่เราไม่จำเป็นต้องแบกทั้งหมด 3) ใช้ภาพธรรมชาติช่วยรีเซ็ตใจ เราชอบมองท้องฟ้า น้ำ หรือแสงยามเช้า เพราะมันเตือนว่าโลกยังหมุนไปตามจังหวะของมันเอง ต่อให้เรากังวลแค่ไหน เมฆก็ยังลอย น้ำก็ยังนิ่งเป็นช่วง ๆ ถ้ามีโอกาส ลองออกไปดูทิวทัศน์ยามเช้าเหนือผืนน้ำกว้างใหญ่ หรือแค่นั่งเงียบ ๆ มองแสงสีส้มทองสะท้อนผิวน้ำก็พอ แล้วบอกตัวเองว่า “จงปล่อยวางกับเรื่องที่ควบคุมไม่ได้” 4) เทคนิคหายใจ 4-4-6 ตอนใจฟุ้ง หายใจเข้า 4 วินาที กลั้น 4 วินาที ผ่อนออก 6 วินาที ทำ 5 รอบ จะช่วยให้ร่างกายลดความตึงและสมองหยุดวนลูปความคิดได้ดี 5) ปิดวันด้วยคำถามเดียว ก่อนนอนเราจะถามว่า “วันนี้ฉันพยายามพอแล้วหรือยัง?” ถ้าคำตอบคือพอแล้ว ก็อนุญาตให้ตัวเองปล่อย ที่เหลือค่อยว่ากันพรุ่งนี้ สุดท้ายอยากฝากว่า การปล่อยวางไม่ใช่ทำครั้งเดียวแล้วจบ มันคือการฝึกซ้ำ ๆ ในวันที่เจอเมฆครึ้มบ้าง แสงสวยบ้าง แต่ทุกเช้าเรายังเริ่มใหม่ได้เสมอ อรุณสวัสดิ์ และขอให้ใจเบาลงทีละนิดนะ

