แชร์นิสัยการกิน ไม่เพิ่มไขมันในช่องท้อง! ตลอด 5 ปี

สวัสดีครับเพื่อนๆ

วันนี้ผมจะมาแชร์นิสัยการกินของตัวเอง

ที่ทำให้ผมมีไขมันในช่องท้องไม่เกิน 5 ตลอดระยะเวลา 5 ปี

ซึ่งผมทำยังไงบ้างวันนี้จะมาแชร์กันครับ

ผมว่าเป็นวิธีที่ง่ายและก็ทุกคนสามารถทำได้

**คีย์หลักคือการลดความหวานลง / ลดการปรุงเพิ่มแค่นั้นเอง

ช่วงแรกมันอาจจะยากยังไม่ชิน

แต่พอลองลดปรุง ก็ได้รสชาติอีกแบบครับ

ซึ่งนิสัยการกินของผมมีตามนี้เลย

1.ลดการปรุง

2.ไม่มุ่งของหวาน

3.ตรวจทานก่อนกิน ดูฉลากก่อนเสมอว่ามีน้ำตาลเยอะไหม

ถ้าเกิน 10 ส่วนใหญ่ผมจะบาย กินอย่างอื่น

4.วิ่งและเดิน ขยับตัวบ่อยๆ 8,000 ก้าว

5.ลดของมันของทอด > ผมจะเปลี่ยนมาเป็นของอบแทน หรือถ้ามีโอกาสกินหรืออยากกิน จะเป็นการนานๆกินที ทำให้ไม่สะสมมากครับ

ส่วนตัวชอบบอดี้เวท ก็จะวิดพื้นอยู่ในห้อง

ออกมาข้างนอกก็จะเป็นการวิ่งหรือไม่ก็ว่ายน้ำ

ทำให้ผมคิดเหมือนกันว่า

อ๋อนิสัยที่เราไม่ได้สะสมไขมันเพิ่ม

ทำให้ไขมันไม่ได้เพิ่มตาม ของหวานแล้วก็กินน้อย

เลยทำให้ผลลัพธ์ตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเป็นแบบนี้ครับ

เลยอยากมาบันทึกและแชร์เก็บไว้

เผื่อใครที่กำลังลดไขมันในช่องท้องอยู่

เหมือนเทคนิคทั่วไปเลยครับ

คุมอาหาร + ออกกำลังกาย

ทุกคนทำได้แน่นอน!

#Lemon8ฮาวทู #lemon8ไดอารี่ #ติดเทรนด์ #ลดไขมันในช่องท้อง #สุขภาพดีกับlemon

กรุงเทพมหานคร
2025/11/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของผม การจัดการไขมันในช่องท้องต้องเริ่มที่ความเข้าใจของไขมันชนิดนี้ ซึ่งเรียกกันว่า visceral fat หรือไขมันที่ล้อมรอบอวัยวะภายในช่องท้อง หากมีมากเกินไปจะเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ สำหรับผม วิธีที่ได้ผลคือการเลือกอาหารที่ไม่เพิ่มน้ำตาล โดยตรวจสอบฉลากก่อนซื้อทุกครั้ง หากน้ำตาลเกิน 10 กรัม จะไม่เลือกซื้อมา และลดของทอดที่มีไขมันสูง เปลี่ยนเป็นของอบแทน นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่ง เดิน และว่ายน้ำ เป็นสิ่งช่วยเผาผลาญไขมันในช่องท้องได้ดีมาก สิ่งสำคัญอีกอย่างคือการหลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยเครื่องปรุงที่มีน้ำตาลหรือน้ำปลาเยอะ เพราะทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยนไป แต่ตอนแรกอาจรู้สึกว่าแปลกใหม่ การลดหวานลดปรุงทำให้ร่างกายได้ชินกับรสชาติธรรมชาติของอาหารมากขึ้น และทำให้ไม่อยากกินของหวานบ่อย ๆ สำหรับคนที่ชอบกินขนม ผมแนะนำเปลี่ยนไปกินถั่วอบกรอบหรือของว่างที่มีไขมันดีแทน โดยแบ่งกินเป็นมื้อเล็กๆ หลายครั้งต่อวัน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเหมาะสม สุดท้าย ความสม่ำเสมอคือกุญแจ ไม่ต้องคุมอาหารเข้มงวดเกินไป แต่ปรับเปลี่ยนนิสัยการกินและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จะเห็นผลระยะยาวจริง ๆ และช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและอวัยวะภายในได้ดีด้วยครับ