💬🟠ขายของแอปส้มโดนหักอะไรบ้าง

สวัสดีครับวันนี้กอล์ฟจะมาแชร์

ประสบการณ์ขายของแอปส้ม

ว่าขายแล้วเป็นยังไง โดนหักอะไรไปบ้าง

จะบอกก่อนว่าอันนี้เป็นราคาที่ปรับปรุงมาแล้ว

ลองผิดลองถูกมาสักพัก เคยขายราคาต่ำกว่านี้ แต่กำไรน้อย

เคยขาดทุนอยู่ชิ้น 2 ชิ้น จนมาลงราคานี้

ตอนแรกก็ตั้งราคาไม่เป็นเหมือนกันครับ

แต่ทุกอย่างมันต้องเรียนรู้อะเนาะ

ซึ่งจะบอกว่าเวลาขายของ 1 ชิ้น app ส้มหักอะไรบ้าง

1. ค่าธรรมเนียมระบบ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วแต่สินค้า ต้องไปดูอีกทีว่าสินค้าที่เราขายอยู่ในหมวดไหน แต่ละสินค้าหักเปอร์เซ็นต์ต่างกัน

2. ค่าธรรมเนียมโปรแกรมจัดส่ง 2 บาท ตามภาพ

3. ถ้าร้านค้าเข้าร่วมโปรแกรมก็จะมีหักเพิ่ม แต่อันนี้ผมไม่ได้เข้าร่วม

4. ค่าธุรกรรมลูกค้าจ่าย / แต่ละการจ่ายจะมีค่าบริการต่างกัน ถ้าลูกค้าจ่ายผ่านบัตรเครดิต/สแกน จะโดนหักน้อย ถ้าลูกค้าจ่ายผ่าน Spaylater จะโดนหักเยอะ

ค่าหลักๆจะมีประมาณนี้ครับ

ซึ่งเพื่อนๆต้องเอาค่าพวกนี้ ไปบวกกับต้นทุนสินค้าเดิม

สมมุติสินค้าราคา 200 บาท ก็เอาไปบวกค่าธรรมเนียม 10-13% ของต้นทุน จากนั้นก็เอาไปบวก ค่าธุรกรรมการเงิน ตีไป 7% แล้วบวกกำไรเพิ่ม จากนั้นเราจะได้ราคาขายแล้วครับ

สรุป

ต้นทุน + ค่าธรรมเนียมสินค้า 10% + ค่าธุรกรรม 7% + กำไรสมมติ 40% = ราคาขาย

ตัวอย่างตามนี้ครับ

สูตรการคิด: 100 + 17% + 40% = ราคาขาย

การแจกแจงตัวเลข:

ต้นทุนสินค้า: 100.00 บาท

ค่าธรรมเนียม (17%): 17.00 บาท

กำไร (40%): 40.00 บาท

ราคาขายที่ต้องตั้ง: 157.00 บาท

ลองเอาไปคำนวณดูนะครับ สำหรับใครที่เป็นร้านค้ามือใหม่เหมือนกัน แต่นี่ก็รู้สึกว่าไม่ใหม่แล้วทำมาปีกว่าแล้ว😂

🤔 ข้อเสีย: เวลาเราขายของ ส่วนตัวผมใช้เงินหมุนนะครับ ไม่ชอบข้อเสียตรงได้เงินช้า กว่าช้อปปี้จะโอนก็คือใช้เวลา 7-15 วัน เงินจะไม่เข้าทันที เราต้องรอให้ลูกค้ากดยอมรับ

ใครที่จะขายของต้องเตรียมทุนไว้พอสมควร

เอามาแชร์กันเพียงเท่านี้หวังว่าจะมีประโยชน์

เพื่อนๆขายของเป็นยังไงบ้าง รู้สึกว่ามีข้อดีข้อเสียยังไงเองบ้าง

comment มาแชร์กันได้นะครับ

#Lemon8ฮาวทู #หาเงินออนไลน์ #ขายของแอพส้ม #หารายได้ #โตขึ้นจึงรู้ว่า

กรุงเทพมหานคร
3/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ขายของจริงบนแอปส้ม สิ่งที่สำคัญมากคือการวางแผนต้นทุนและค่าธรรมเนียมต่างๆให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการตั้งราคาผิดพลาดจนขาดทุนหรือกำไรน้อยเกินไป ในแอปส้มนี้ค่าธรรมเนียมมีผลต่อกำไรโดยตรง อย่างเช่น ค่าธรรมเนียมระบบที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แตกต่างกันไปตามหมวดหมู่สินค้า และค่าธรรมเนียมโปรแกรมจัดส่งที่บวกเพิ่ม 2 บาท ซึ่งแม้จะดูไม่มากแต่ถ้าขายจำนวนมากก็สะสมเป็นเงินหลักพันได้ นอกจากนี้ ในแต่ละช่องทางการรับเงินของลูกค้า เช่น จ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือสแกน QR จะเสียค่าธรรมเนียมน้อยกว่า แต่ถ้าจ่ายด้วย Spaylater จะโดนหักค่าธรรมเนียมมาก ซึ่งผู้ขายควรตระหนักและตั้งราคาสินค้าให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายนี้ด้วย ประเด็นที่คนขายมือใหม่หลายคนยังไม่ทันได้คิดถึงคือเรื่องระยะเวลาเงินหมุนเวียน การได้เงินช้า 7-15 วันหลังลูกค้ากดยอมรับอาจสร้างปัญหาสภาพคล่องเงินสด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณต้องสต็อกสินค้าและจัดส่งเอง ดังนั้นควรเตรียมเงินทุนสำรองไว้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขาย อย่างไรก็ตาม การตั้งราคาควรมีการแบ่งกำไรอย่างเหมาะสม เช่น การบวกกำไรประมาณ 40% บนต้นทุนรวมค่าธรรมเนียม ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจว่าแม้ถูกหักค่าบริการต่างๆแล้วยังได้กำไร รวมถึงอย่าลืมพิจารณาตลาดและคู่แข่งเพื่อให้ราคาน่าสนใจและขายได้จริง สุดท้าย การขายของบนแอปส้มก็เหมือนการเรียนรู้ที่ต้องใช้เวลาลองผิดลองถูก ค่อยๆ ศึกษาวิธีจัดการต้นทุน ค่าธรรมเนียม และรูปแบบการชำระเงิน เพื่อประสบความสำเร็จและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้จริงๆครับ

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Golfmashare
Golfmashareผู้สร้าง

อัพเดทตอนนี้ ค่าธรรมเนียมร้านขึ้นไปเป็น 12.31% ละครับ เส้า🥺