ประกันชีวิตลดภาษีไม่ได้ทุกแบบ!!
ถ้าคุณกำลังจะ “ซื้อประกันชีวิตลดหย่อนภาษี” แนะนำให้เช็กเงื่อนไขก่อนจ่ายเบี้ยจริง เพราะหลายคนเลือกจากโปรโมชั่นหรือความคุ้มครองอย่างเดียว สุดท้ายถึงเวลายื่นภาษีแล้วลดหย่อนไม่ได้ เสียดายมากค่ะ 1) ไม่ใช่ประกันชีวิตทุกแบบที่ลดหย่อนได้ หลักๆ ต้องเป็น “ประกันชีวิตที่เข้าเงื่อนไขของกรมสรรพากร” ซึ่งจุดที่คนพลาดบ่อยคือเลือกแบบที่มีเงินคืนระหว่างสัญญาสูงเกินไป หรือเป็นแบบที่โครงสร้างไม่เข้าเกณฑ์ เช่นบางแผนที่เน้นลงทุน/มีสวัสดิการพิเศษมากกว่าความคุ้มครองชีวิต 2) เงื่อนไขเงินคืนระหว่างสัญญา (ข้อที่เจอบ่อยสุด) ให้ดูสัดส่วน “เงินคืนระหว่างสัญญาเทียบกับเบี้ยประกันต่อปี” ต้องไม่เกิน 20% (ในหลายกรณีจะใช้เกณฑ์นี้เป็นตัวคัดกรองหลัก) ถ้าเกิน มีโอกาสที่กรมธรรม์นั้นจะไม่เข้าหลักเกณฑ์ลดหย่อน หรือบริษัทอาจออกเอกสารลดหย่อนให้ไม่ได้ 3) ชื่อผู้เอาประกันต้องเป็นชื่อตนเอง ถ้าตั้งใจใช้ลดหย่อนภาษี คนที่เอาไปลดหย่อนควรเป็น “ผู้เอาประกัน” ตามกรมธรรม์ (ชื่อบนเอกสารต้องตรง) บางคนซื้อให้แฟน/ให้พ่อแม่ แล้วหวังจะเอามาลดภาษีตัวเอง แบบนี้มักติดเงื่อนไขค่ะ 4) Unit Linked ลดหย่อนได้ “แค่บางส่วน” ประกันแบบ Unit Linked หลายคนเข้าใจว่าหักได้ทั้งก้อน แต่จริงๆ โดยทั่วไปจะลดหย่อนได้เฉพาะส่วนที่เป็น “เบี้ยประกันความคุ้มครองชีวิต” ไม่รวมส่วนที่เป็นเงินลงทุน ทำให้จำนวนที่ใช้ลดหย่อนจริงอาจน้อยกว่าที่จ่ายไปมาก ควรถามให้ชัดก่อนซื้อว่า “ส่วนที่ออกใบลดหย่อน” เป็นเท่าไหร่ต่อปี 5) ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรถาม/ขอเอกสารอะไรบ้าง - แผนนี้ “ออกหนังสือรับรองการลดหย่อนภาษี” ได้แน่นอนใช่ไหม - มีเงินคืนระหว่างสัญญาหรือไม่ และสัดส่วนเกิน 20% ไหม - ถ้าเป็น Unit Linked ขอแยกตัวเลข “เบี้ยที่ลดหย่อนได้” ต่อปี - ตรวจชื่อ-เลขบัตร/ข้อมูลผู้เอาประกันให้ตรงตั้งแต่วันทำกรมธรรม์ ทริคของเรา: เวลาคุยกับตัวแทน/บริษัท อย่าถามแค่ว่า “ลดหย่อนได้ไหม” แต่ให้ถามเพิ่มว่า “ลดหย่อนได้จำนวนเท่าไหร่” และ “ติดเงื่อนไขเงินคืนระหว่างสัญญาไหม” จะช่วยกันพลาดได้เยอะค่ะ



















