ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย#ส่งงานอาจารย์ปราโมทย์สุดหล่อ

1/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์เรียนรู้และการอบรมเกี่ยวกับมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นชัดเจนคือความสำคัญของการเข้าใจกฎหมายประกันวินาศภัยอย่างถ่องแท้ก่อนที่ความเสี่ยงจะเข้ามาถึงจริงๆ ผมได้พบว่าหลายคนยังสับสนระหว่าง "เหตุสุดวิสัย" กับ "ความเสี่ยงปกติ" ซึ่งมีผลต่อการเคลมประกันภัย โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดซ้ำในพื้นที่เสี่ยงสูง หรือที่เรียกว่า "Flood Zone" และ "Repeated Loss Area" กฎหมายประกันวินาศภัยจึงต้องมีการตีความนิยามของ "น้ำท่วม" ที่ชัดเจน เช่น น้ำฝนสะสม น้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำล้นคลองซึ่งระบบระบายน้ำไม่ทัน อีกประเด็นที่ผมพบว่าสำคัญคือการประเมินมูลค่าความเสียหายที่ต้องดูระดับน้ำและระยะเวลาน้ำท่วมเพื่อพิสูจน์ความเสียหายจริงๆ เพื่อให้ผู้เอาประกันสามารถเรียกร้องสิทธิได้อย่างเหมาะสม และต้องไม่ลืมภาระหน้าที่ของผู้เอาประกัน เช่น การแจ้งเหตุภัย การเก็บหลักฐานความเสียหาย รวมถึงการลดความเสียหายโดยการย้ายของ หรือยกเครื่องใช้ไฟฟ้า นอกจากนี้ บทเรียนจากน้ำท่วมในหาดใหญ่ยังชี้ให้เห็นว่าการพัฒนากฎหมายประกันภัยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) มีความจำเป็นมาก เพื่อเปิดเผยข้อมูลความเสี่ยงในพื้นที่เสี่ยงซ้ำและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งข้อเสนอเชิงนโยบาย เช่น การกำหนดมาตรฐานความคุ้มครองน้ำท่วมขั้นต่ำนั้น จะช่วยให้ธุรกิจและประชาชนพร้อมรับมือและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น จากประสบการณ์จริงนี้ ผมเห็นว่าหากประชาชนเข้าใจกฎหมายและทำตามหน้าที่ของตนอย่างครบถ้วน จะช่วยลดปัญหาข้อพิพาทประกันภัยและเพิ่มความมั่นใจได้มากขึ้นในเวลาที่เกิดมหาอุทกภัยจริงๆ