Shine rice. Shine rice.
Khao and rice are northern native foods, "the same menu," but they are called differently by area and ethnic group.
Brief summary
• Khao Khanjin → Lanna Calling (Northern People)
• Cum rice → Widespread call in central / common people
👉 means the same food.
Food characteristics
• Use rice mixed with pig's blood (or some recipes use cow's blood)
• Mixed, minced pork, spices and herbs
• Wrapped banana leaves into bars / cubes
• Steamed until cooked
• Eat pairs, fresh vegetables and fried dried peppers
A little tidal.
• The word "shadow" is a term for the big Tai ethnic group in the past.
• The North is more popular with the word "rice" than today.
# goolooman # Shine rice # Rice together # Eat and travel to Chiang Mai # gooloochiangmai
ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์การลองชิมข้าวเงี้ยวหรือข้าวกั๋นจิ้นที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมนูที่ผมไม่ค่อยได้เจอในภาคกลางมากนัก พลังหอมของเครื่องเทศและรสชาติของเลือดหมูคลุกกับข้าวที่ผสมรวมกันอย่างกลมกล่อม ทำให้เมนูนี้มีรสชาติที่แปลกใหม่และน่าสนใจสุดๆ การกินข้าวกั๋นจิ้นพร้อมกับผักสดอย่างผักชีและผักกาด รวมทั้งพริกแห้งทอดกรอบ ช่วยเพิ่มรสชาติและสมดุลความเผ็ดร้อน เปรี้ยว หวาน และกลมกล่อม ผมพบว่าการห่อด้วยใบตองจะช่วยเก็บความชุ่มชื้นและทำให้กลิ่นหอมของสมุนไพรแพร่ออกมาได้ดี จากการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม "เงี้ยว" เป็นชื่อของชนชาติไทใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณภาคเหนือ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อข้าวเงี้ยว ในขณะที่คำว่า "กั๋นจิ้น" เป็นคำเรียกของคนล้านนาแท้ๆ ในท้องถิ่น ปัจจุบันนี้คนเหนือจึงนิยมเรียกว่า ข้าวกั๋นจิ้น มากกว่า แต่สำหรับชาวภาคกลางหรือภายนอกมักจะเรียกว่าข้าวเงี้ยวมากกว่า เมนูนี้ยังเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสรสชาติต้นตำรับของชาวล้านนา นอกจากความอร่อยแล้ว ยังรู้สึกได้ถึงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมทางอาหารอย่างลึกซึ้ง เมื่อได้ลิ้มลองครั้งแรกก็ทำให้ผมนึกถึงการเดินทางและความหลากหลายของอาหารท้องถิ่นที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและความรักในวัฒนธรรมของเขา อยากแนะนำให้ลองหากมีโอกาสไปเชียงใหม่หรือภาคเหนือ จะได้สัมผัสกับความอร่อยแท้ๆ ที่ขึ้นชื่อ และรู้จักความแตกต่างของชื่ออาหารแต่มีพื้นฐานเดียวกันอย่าง ข้าวเงี้ยว กับ ข้าวกั๋นจิ้น