เป็นน้ำหอมที่แบบดึฃดูดใจม๊ากก หอมยาวนาน 7-8 ชม. ไม่มีดรอปเลย
ถ้าเสิร์ชคำว่า “matcha le labo” แล้วลังเลว่า Thé Matcha 26 กลิ่นเป็นยังไง คุ้มไหม บอกเลยว่าอันนี้เป็นหนึ่งในกลิ่นที่ “ละมุนแต่มีมิติ” มากๆ ของ Le Labo เลยค่ะ ฟีลแรกที่ได้คือความชาเขียวแบบนุ่มๆ ไม่ใช่มัทฉะขมๆ หรือหวานนม แต่เป็นชาเขียวสะอาดๆ มีความครีมมี่เบาๆ แล้วค่อยๆ มีความ “ไม้” โผล่มาให้กลิ่นดูโตขึ้น และจะมีส้มอ่อนๆ แทรกนิดๆ ทำให้ไม่ทึบ ไม่หม่นค่ะ โครงกลิ่นที่เราจับได้ (อิงจากที่ลองฉีดจริง): - Top note: Matcha tea + fig คือเปิดมานุ่มๆ สบายจมูก มีความเขียวแบบละมุนกับความหวานนิดๆ จากฟิก - Middle note: กลิ่นจะเริ่มแนบผิวขึ้น อบอุ่นขึ้น เหมาะกับคนชอบน้ำหอมแนว skin scent - Base note: Vetiver จะทำให้ปิดท้ายแบบไม้ๆ สะอาดๆ ดูแพง และช่วยให้กลิ่นอยู่ได้นาน ความติดทน: สำหรับผิวเราอยู่ราว 7–8 ชั่วโมงจริง (แทบไม่ดรอป) แต่จะเปลี่ยนจากช่วงแรกที่ชัดๆ ไปเป็นกลิ่นแนบผิวในช่วงท้าย ซึ่งเราชอบมากเพราะดูเป็นธรรมชาติ ไม่เวียนหัว คนรอบข้างได้กลิ่นแบบต้องอยู่ใกล้ๆ แล้วจะรู้สึก “ตัวหอม” ค่ะ การกระจายกลิ่น (sillage): ช่วง 1–2 ชั่วโมงแรกกระจายพอดีๆ ไม่ฟุ้งแรง หลังจากนั้นจะเป็นแนวใกล้ผิว เหมาะกับออฟฟิศ/คาเฟ่/เดตแบบไม่อยากให้กลิ่นนำหน้า ทริคฉีดให้หอมทนขึ้น (ทำแล้วเวิร์ก): 1) ลงโลชั่นไม่มีน้ำหอมก่อนฉีด น้ำหอมจะเกาะผิวดีขึ้น 2) ฉีดจุดชีพจร 2–4 จุดพอ เช่น ข้อมือ ข้อพับแขน หลังหู และท้ายทอย 3) ถ้าอยากให้ติดเสื้อ ลองฉีดห่างๆ ที่ผ้าพันคอ/ปกเสื้อ (ทดสอบกับผ้าก่อนเพราะแต่ละผ้าไม่เหมือนกัน) เหมาะกับใคร: คนที่ชอบกลิ่นสะอาดๆ ละมุน มีความชาเขียว (matcha tea) แบบไม่หวานเลี่ยน ชอบแนว unisex ใช้ได้ทุกวัน และอยากได้โทนไม้ๆ ส้มอ่อนๆ ที่ดูแพงแบบ Le Labo ค่ะ สรุปความรู้สึก: Thé Matcha 26 เป็นกลิ่นที่ “ดูเรียบแต่มีอะไร” ยิ่งอยู่บนผิวยิ่งนัว หอมแบบคนดูแลตัวเอง ใครกำลังเล็ง Le Labo Matcha อยู่ เราว่าไปลองบนผิวตัวเองสักรอบ แล้วรอดูช่วง dry down จะตกหลุมรักง่ายมากเลย







