Automatically translated.View original post

A very intense tomato serum. I really like it.

2/20 Edited to

... Read moreหลายคนที่เสิร์ชหา Tomato Collagen White Serum หรือ Smooto Tomato Collagen Super White Serum มักอยากรู้ “ใช้แล้วเห็นผลไหม เนื้อเป็นยังไง เหมาะกับผิวแบบไหน” เราเลยมาเล่าแบบผู้ใช้จริงสไตล์บ้านๆ ให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ อย่างแรกที่ประทับใจคือเนื้อเซรั่มแนว “เข้มข้นแต่บางเบา” เกลี่ยแล้วสัมผัสนุ่มลื่น ไม่เหนียวหนึบ ทำให้ทาได้ทั้งเช้าและเย็นแบบไม่รบกวนเมคอัพ (ตอนเช้ารอให้ซึมสักครู่แล้วค่อยลงกันแดด) ถ้าใครเคยกังวลว่าเซรั่มมะเขือเทศจะหนักผิว ตัวที่เราใช้ให้ฟีลเบาสบายกว่าที่คิดค่ะ ส่วนผสม/คอนเซปต์ที่หลายแบรนด์ชูจะมี “Tomato / Lycopene” และ “Collagen” ซึ่งกลุ่มนี้มักถูกพูดถึงเรื่องผิวดูชุ่มชื้น อิ่มน้ำ และดูสว่างใสขึ้นแบบภาพรวม สำหรับเรา “ความชุ่มชื้น” เห็นค่อนข้างไว โดยเฉพาะช่วงที่ผิวแห้งจากแอร์หรือพักผ่อนน้อย ทาแล้วผิวดูฟูขึ้น แต่งหน้าติดง่ายขึ้นด้วย วิธีใช้ที่เวิร์ก (ทำตามนี้แล้วรู้สึกผิวไปไวขึ้น) - หลังอาบน้ำ ซับหน้าให้หมาดๆ แล้วลงเซรั่มทันที (เช้า-เย็น) - ปริมาณประมาณ 1-2 ปั๊มหรือเท่าเมล็ดถั่วเขียว 2 เม็ด ทาทั่วหน้าและคอ - ถ้าผิวแห้งมาก ให้ปิดด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อีกชั้นตอนกลางคืน - กลางวัน “กันแดดสำคัญมาก” เพราะถ้าขาดกันแดด ต่อให้ใช้เซรั่มสายผิวใสก็เห็นผลช้าค่ะ เหมาะกับใคร? - คนที่อยากได้เซรั่มช่วยให้ผิวชุ่มชื้น + ผิวดูไบรท์แบบธรรมชาติ - คนที่ชอบเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น บางเบา ใช้ง่ายทุกวัน - คนที่มองหาตัวช่วยผิวโทรมจากนอนน้อย/ผิวขาดน้ำ ข้อสังเกตเล็กๆ ก่อนซื้อ - ถ้าผิวแพ้ง่าย แนะนำเทสต์หลังหูก่อน 24 ชม. - ผลเรื่อง “ขาว” มักเป็นแนวผิวดูสว่างใสขึ้นจากความชุ่มชื้นและผิวดูเรียบเนียนขึ้นมากกว่าเปลี่ยนสีผิวแบบก้าวกระโดด โดยรวมถ้าใครกำลังเทียบๆ กลุ่ม Tomato Collagen White Serum หรือ Smooto Tomato Collagen Super White Serum กับสาย BP Lycopene Serum เราว่าคีย์คือเลือกที่ถูกกับสภาพผิวและใช้สม่ำเสมอ เช้า-เย็นควบคู่กันแดด แล้วจะเห็นความต่างเรื่องผิวชุ่มชื้นและความกระจ่างใสแบบค่อยเป็นค่อยไปค่ะ