Overstay บทเรียนราคาแพง! อย่าจองตั๋วมาเลเซีย 30 วันพอดีเด๊ะ ถ้าไม่อยากโดนปรับแบบเรา!

ทุกคนคะ... เรื่องนี้คืออุทาหรณ์ที่เจ็บปวดที่สุดในทริปมาเลเซียเลย 🇲🇾

เราวางแผนไปเยี่ยมสามี โดยพาทั้งคุณแม่และลูกน้อยอีก 2 คนไปด้วย กะว่าจะอยู่ให้คุ้มที่สุด เลยจองตั๋ว:

🗓️ ไป 25/03/2026

🗓️ กลับ 24/04/2026

ตอนจองในใจคือมั่นใจมากว่า "ไม่เกิน 30 วันแน่นอน" เพราะนับแบบ 25 ชน 24 (คิดเองว่า 29-30 วัน) แต่ความจริงที่น่ากลัวคือ... เดือนมีนามี 31 วันค่ะ! พอนับรวมวันแรกที่เหยียบสนามบิน จนถึงวันกลับ มันคือ 31 วันเต็มๆ ซึ่งเกินที่ฟรีวีซ่ากำหนดมา 1 วัน! 😭

วินาทีที่ ตม. บอกว่าเรา Overstay:

หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยค่ะ กลัวก็กลัว สงสารลูกก็สงสาร เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผ่านด่าน และสั่งให้เราต้องไปที่ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Putrajaya) เพื่อจ่ายค่าปรับก่อนถึงจะออกนอกประเทศได้

สรุปความเสียหายครั้งนี้:

✅ เสียค่าปรับ Overstay

✅ เสียเงินซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ยกแผง (เรา, แม่, ลูก 2 คน)

✅ เสียเวลาและเสียสุขภาพจิตสุดๆ

✅เสียเครดิต เสี่ยง Blacklist

อยากเตือนแม่ๆ หรือใครที่จะไปอยู่นานๆ "อย่าจองแบบหมิ่นเหม่ 30 วัน" เด็ดขาดนะคะ นับวันจากปฏิทินดีๆ อย่าลืมนับวันที่ 31 ของเดือนด้วย แนะนำว่าจองแค่ 27-28 วันพอค่ะ ปลอดภัยที่สุด 💖

ปล.ใครอยากรู้ขั้นตอนการดำเนินการคอมเม้นต์ไว้นะคะเดี๋ยวมาต่อให้ค่า

#อุทาหรณ์ #Overstay #ตมมาเลเซีย #เที่ยวมาเลเซีย #แชร์ประสบการณ์

5/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงที่เผชิญกับปัญหา Overstay ในมาเลเซีย ครั้งนี้อยากแชร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการนับวันเดินทางและจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ ก่อนอื่นเลย การจองตั๋วโดยคำนวณเวลาเที่ยว 30 วันพอดี อาจฟังดูเหมาะสมและเต็มที่ แต่ที่หลายคนอาจไม่รู้คือการนับวันที่ทางการมาเลเซียใช้จะนับ "วันแรกที่เหยียบสนามบินเป็นวันที่ 1 ทันที" ซึ่งจะแตกต่างจากการนับวันของคนไทยที่มักนับแบบเริ่มจากวันที่สองหลังเดินทาง มาตรงนี้เองจึงทำให้หลายคนคิดว่าตัวเองยังไม่เกินเวลาที่กำหนด แต่จริง ๆ แล้วอาจเกินได้ทันทีโดยไม่รู้ตัว ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเดือนที่มี 31 วัน เช่นเดือนมีนาคม หากเดินทางตั้งแต่วันที่ 25 แล้วคิดแบบธรรมดา อาจนับได้แค่ 30 วันเต็ม แต่ในความเป็นจริงเมื่อนับตามมาตรฐานของ ตม. จะเป็น 31 วันเต็ม ซึ่งเกินวันที่อนุญาตไว้โดยวีซ่าสั้นฟรี ทำให้เกิดปัญหา Overstay ได้ง่ายมาก หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ สิ่งที่แนะนำคือควรรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองทันที อย่าพยายามหลบเลี่ยงเพราะอาจต้องเสียค่าปรับสูงขึ้น และเมื่อได้รับการแจ้งเตือนให้ไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ที่ Putrajaya) ควรเตรียมตัวเรื่องเอกสารและค่าใช้จ่าย รวมทั้งจองตั๋วเดินทางใหม่ให้เข้ากับวันที่ได้รับอนุญาตอย่างเคร่งครัด ส่วนตัว เมื่อเจอสถานการณ์ผิดพลาดนี้ รู้สึกได้เลยว่าเสียทั้งเงินและเวลามากกว่าที่คาด ทั้งต้องซื้อครบทุกที่นั่งใหม่สำหรับครอบครัว เสียเวลาเดินทางไปติดต่อเรื่องค่าปรับ รวมถึงความเครียดที่เกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนว่าจะกลับบ้านได้หรือไม่ การทำใจให้สบายและวางแผนล่วงหน้าด้วยการจองตั๋วไม่เกิน 27-28 วัน จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับใครที่อยากทราบขั้นตอนการดำเนินการจ่ายค่าปรับที่ Putrajaya หรือต้องการคำแนะนำเฉพาะเจาะจง สามารถคอมเมนต์สอบถามเพิ่มเติมได้ จะทยอยมาเล่าให้ฟังเพื่อเป็นแนวทางประสบการณ์จริงสำหรับผู้ที่จะเดินทางในอนาคตค่ะ สุดท้ายนี้ อยากเน้นย้ำให้ทุกคนตรวจสอบวันและเวลาเดินทางอย่างละเอียดก่อนจองตั๋ว โดยเฉพาะถ้าใช้สิทธิ์วีซ่าฟรี 30 วัน อย่าประมาทกับการนับวันเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจทำให้ทริปเที่ยวของคุณกลายเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดได้ค่ะ