ลำปางเมืองที่ยังมีอะไรให้เราไปค้นหาอีกเยอะ เที่ยวลำปางไม่ลำพังแน่นอนค่ะ มาต่อกันเลยที่ Part 2 กับวันที่ 2 ในลำปาง #journeyalacarte #SoloButSocial
หลายคนมาลำปางแล้วอยากลอง “รถม้า” แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เราไป Day 2 แบบเน้นเก็บไฮไลต์ในเมือง แล้วค่อยต่อออกไปวัดบนฟ้า เลยขอแชร์ประสบการณ์นั่งรถม้าเที่ยวลำปางแบบเข้าใจง่าย เผื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ค่ะ 1) รถม้าลำปางเหมาะกับใคร/ช่วงเวลาไหน ถ้าอยากเดินชิล ๆ ถ่ายรูปสวย ๆ กับบรรยากาศเมืองเก่า รถม้าคือกิจกรรมที่เข้ากับลำปางมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือเย็นแดดอ่อน ๆ อากาศไม่ร้อนเกิน และภาพจะนัว ๆ สวยกว่ากลางวันค่ะ (เราชอบช่วงเย็นก่อนเดินกาดกองต้า) 2) เส้นทางแนะนำ: นั่งรถม้า + เก็บแลนด์มาร์กในเมือง ส่วนตัวเราชอบใช้รถม้าเป็น “ตัวเชื่อม” ระหว่างจุดถ่ายรูปหลัก ๆ ในเมือง เช่น แวะถ่ายรูปที่สะพานรัษฎาภิเษก (มุมคลาสสิกมาก) แล้วค่อยไปคาเฟ่หรือย่านเก่า จากนั้นค่อยไปถนนคนเดินกาดกองต้าในช่วงเย็น ถ้าไปวันเสาร์-อาทิตย์ยิ่งคึกคัก เดินกินเพลินมากค่ะ 3) เรื่องราคา/การตกลงก่อนขึ้น ปกติรถม้าจะมีหลายแบบ ทั้งพาเที่ยวรอบสั้น ๆ ในเมืองหรือเหมาชั่วโมง แนะนำให้ตกลง “เส้นทาง–ระยะเวลา–ราคา” ก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อไม่งงตอนจบทริป และถามเพิ่มได้เลยว่าจะแวะจอดถ่ายรูปจุดไหนได้บ้าง (บางคันใจดีจอดให้หลายจุด) 4) ข้อควรรู้เรื่องความปลอดภัยและมารยาท - นั่งให้สมดุล ไม่เอนออกข้างรถม้า - ถ้าพาเด็กไป ควรนั่งด้านในและจับมือไว้ตลอด - ไม่ส่งเสียงดัง/ไม่ทำให้ม้าตกใจ และไม่ให้อาหารม้าเองถ้าไม่ได้รับอนุญาต - ถ่ายรูปได้สบาย ๆ แต่ถ้าจะถ่ายใกล้ ๆ ม้า ให้ขอคนขับก่อนค่ะ 5) จัด Day 2 ให้ไหลลื่น: เมือง + วัดบนฟ้า ถ้าคุณมีแพลนไป “วัดเฉลิมพระเกียรติ” (วัดบนฟ้า/พระจอมเกล้าราชานสรณ์) แนะนำให้แยกเป็นช่วงเช้าหรือบ่าย เพราะเป็นจุดที่อยู่นอกเมืองและใช้เวลาเดินทางพอสมควร แล้วค่อยกลับเข้ามาในเมืองนั่งรถม้า/เดินกาดกองต้า จะไม่เหนื่อยเกินไปค่ะ ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ทริปคุ้มขึ้น: ใส่หมวก/ทากันแดด เตรียมน้ำดื่ม และพกเงินสดติดตัวไว้เผื่อซื้อของกินในกาดกองต้า พอรวมกับประสบการณ์นั่งรถม้าแล้ว วันเดียวในลำปางสนุกครบ ทั้งวิว ทั้งวัด ทั้งของกินเลยค่ะ
