เคยสงสัยไหม? ทำไมขนมรสกล้วย... ถึงกลิ่นไม่เหมือนกล้วยที่เรากินทุกวันนี้เลยสักนิด?!

เคยสงสัยไหม? ทำไมขนมรสกล้วย... ถึงกลิ่นไม่เหมือนกล้วยที่เรากินทุกวันนี้เลยสักนิด?! 🍌💥

​ความจริงคือโรงงานไม่ได้แต่งกลิ่นมั่ว แต่มันคือ "กลิ่นของกล้วยที่แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว" ต่างหาก! ย้อนกลับไปก่อนยุค 1950 กล้วยหอมที่คนทั้งโลกกินกันคือพันธุ์ Gros Michel (โกรส์ มิเชล) ที่หอมหวานเข้มข้นจนถูกเอาไปทำสูตรน้ำหอมสังเคราะห์รสกล้วย (Isoamyl Acetate)

​แต่พอเกิดโรคปานามาระบาดหนัก สวนกล้วยทั่วโลกตายเรียบ วงการเกษตรเลยต้องเปลี่ยนมาปลูกพันธุ์ "คาเวนดิช" ที่ทนโรคแทน แต่ฝั่งอุตสาหกรรมอาหารยังใช้สูตรกลิ่นเดิมอยู่!

​สรุปคือทุกครั้งที่เรากินนมรสกล้วย เรากำลังสัมผัสรสชาติประวัติศาสตร์ของกล้วยยุค 70 ปีก่อนอยู่ครับ!

#Growthis #เกษตรปั่น #กล้วยหอม #เกร็ดความรู้ #สาระน่ารู้ #ประวัติศาสตร์ #เรื่องนี้ต้องดู #TikTokสายความรู้

5 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยลองชิมทั้งกล้วยสดและขนมที่มีรสกล้วย ผมสังเกตทันทีว่ากลิ่นและรสชาติที่ได้จากขนมนั้นมันแปลกกว่ากล้วยสดมากๆ ซึ่งพอมาหาข้อมูลก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นว่าเพราะกล้วยที่ผลิตในอุตสาหกรรมมักใช้กลิ่นสังเคราะห์ Isoamyl Acetate ซึ่งพัฒนามาจากกลิ่นของกล้วยพันธุ์ Gros Michel ที่แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้วเนื่องจากโรคปานามา กล้วยพันธุ์ Gros Michel มีรสชาติหวานฉ่ำและกลิ่นหอมเข้มข้นอย่างที่ไม่เคยเห็นในพันธุ์กล้วยปัจจุบัน เช่น คาเวนดิช ที่ได้เข้ามาทดแทนหลังจากเกิดโรคแพร่ระบาดนี้ ตัวกล้วยคาเวนดิชเองมีกลิ่นหอมน้อยกว่ามาก ทำให้อุตสาหกรรมอาหารยังนิยมใช้สูตรกลิ่นสังเคราะห์เดิมแทนซึ่งทำให้ขนมและน้ำยกลิ่นกล้วยยังคงมีรสชาติแบบยุคอดีตอยู่ นอกจากนี้ ผมยังพบว่ากลิ่น Isoamyl Acetate นี้ไม่ได้มีเฉพาะในขนมหรือนมรสกล้วยเท่านั้น แต่ยังถูกใช้ในการผลิตลูกอม กลิ่นน้ำหอม และของหวานหลายชนิดที่ทำให้กลิ่นกล้วยค่อนข้างฉุนและหวานแหลมกว่ากล้วยสด คำว่า "หายนะทางเกษตร" ที่อ้างถึงในบทความนั้นสะท้อนถึงความเสียหายจากโรคปานามาที่เคยทำลายสวนกล้วยทั่วโลกจนต้องเปลี่ยนพันธุ์กล้วยซึ่งส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันไปด้วย ดังนั้นเมื่อคุณลิ้มลองขนมรสกล้วยในทุกวันนี้ คุณกำลังเผชิญกับกลิ่นและรสชาติของกล้วยในอดีตแท้จริง ซึ่งเป็นการสัมผัสประวัติศาสตร์ทางการเกษตรที่น่าสนใจมากทีเดียว ถ้าเราจะพูดถึงเรื่องความรู้ด้านเกษตรและประวัติศาสตร์ของพืชผล ก็จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อวัฒนธรรมการบริโภคและอุตสาหกรรมอาหารในปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและควรค่าแก่การศึกษาเพื่อเข้าใจที่มาของรสชาติที่เรากินเข้าไปทุกวันอย่างแท้จริง