[ตอนที่33] คือต้องเอาใจช่วยพี่ซึงล่ะ แล้วน้องยูตะถ้าไม่ผ่าตัดจะอยู่ได้ 6เดือน ไม่ถึง1ปี

ยูตะกินยาหลายแบบเพราะต้อง ป้องกันภาวะหลอดเลือดสมองหดตัว ควบคุมการไหลเวียนของเลือด ควบคุมอาการชัก ลดแรงดันหลอดเลือดแดง แล้วถ้ายูตะไม่ผ่าตัดจะอยู่ได้อย่างน้อย6เดือน ไม่ถึง1ปี ยูตะก็ถามว่าพี่ซึงรู้ได้ไง แต่ด้วยความยากุซ่าเก่า ชีก็ไปขู่เลขาน้องให้ยอมบอก

น้องก็พูดประมาณว่าไม่คิดว่า สนใจน้องทำไมมันไม่ใช่สไตล์พี่ซึงที่ใส่ใจอยู่แล้วนี่ พี่ซึงก็บอกว่า ยกเว้นคู่หมั่น โชแหวน1 แล้วถามว่าทำไมไม่ผ่าตัด น้องบอกไม่มีเวลาพักฟื้น มันเสี่ยงหลายอย่าง พี่เลยถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับน้อง แต่น้องก็เดินไปแช่นํ้า

น้องก็ไม่ยอมบอก แต่น้องก็ถามว่า ที่ทำสิ่งที่ไม่เคยทำเพราะคู่หมั้นอะไรสักอย่างนั้นหรอ ก็ทำแต่สิ่งเลวร้ายที่สุดเท่าที่จะทำได้ พี่ซึงเลยเอาผ้าเช็ดตัวห่อน้องกอดน้อง

แล้วถามว่า ตอนนั้นใช่ไหม น้องเลยมาหาพี่เพราะเหตุผลนั้น(วันที่เขาสัญญากัน)แล้วพี่ซึงก็เล่าเรื่องให้น้องฟัง แล้วบอกว่าควรไปดูกับตาตัวเอง แต่น้องไม่เชื่อ น้องถามว่าแต่งนิยายเสร็จหรือยังพี่ซึงก็พยายามแต่น้องก็ไม่ฟังอะไรเลยอยู่ดี

น้องเดินไปปาแหวนทิ้ง

ยูตะ: อย่างที่คาดไว้เลย มันหลุดออกไปง่ายมาก เห็นไหมล่ะครับ มันปลิวไปไกลอย่างง่ายดาย ผมบอกแล้วไงว่ามันไม่ได้หมายความอะไร เสียใจหรอครับ

พี่ซึง: นิดนึง

ยูตะ: งั้นซึงฮยอนก็ทำเหมือนกันสิครับ

พี่ซึง: ของผมมันวงเล็ก เลยไม่หลุดง่ายขนาดนั้นหรอก

น้องเดินหนี พี่ดึงมา💋แล้วก็อุ้มน้องแล้วบอกว่าไปด้วยกันสิ

พี่ซึงสู้ๆนะคะ น้องเจออะไรมาบ้างตั้ง10ปี นะให้น้องเปิดใจง่ายๆได้ไง แต่ก็มีเวลาจำกัดอีก ช่วงเวลาชีวิตสุดท้ายของน้อง น้องเลือกจะมาแก้แค้นพี่สินะ ขมจริงๆ แต่ตอนต่อไปน่าจะซัมติงกันแหละ

#ignitethedawn #조개소년발화 #fyp #bl #seunghyun

3/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่ออ่านถึงเนื้อเรื่องในตอนนี้ ผมรู้สึกว่าเรื่องราวนี้แสดงถึงความซับซ้อนของความรักที่มีอุปสรรคทั้งทางร่างกายและจิตใจ ยูตะต้องเจอกับโรคร้ายที่จำกัดช่วงเวลาของชีวิตไว้เพียง 6 เดือนถึงไม่ถึง 1 ปี ซึ่งความกดดันนี้สร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับพี่ซึงอย่างเห็นได้ชัด การต้องทานยาหลายชนิดเพื่อควบคุมอาการต่าง ๆ และความกลัวจากผลข้างเคียงของการผ่าตัด ทำให้น้องยูตะเลือกที่จะไม่ผ่าตัดเพราะไม่มีเวลาพักฟื้นและเกรงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจริง ๆ ผมคิดว่าสิ่งนี้สะท้อนความจริงของคนไข้หลายคนที่ต้องตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤต ส่วนพี่ซึงที่ยังคงพยายามส่งผ่านความห่วงใยและรักเช่นเดิม ถึงแม้จะต้องเจอกับน้องที่ไม่ยอมเปิดใจและแสดงอารมณ์ปฏิเสธอย่างรุนแรง การเดินหน้าง้อเมียเด็กอย่างไม่ย่อท้อของพี่ซึงจึงน่าประทับใจและสร้างความรู้สึกอบอุ่นใจได้มาก นอกจากนี้ ฉากที่น้องปาแหวนทิ้งและบทสนทนาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความเข้าใจในความสัมพันธ์ยังเพิ่มความลึกซึ้งให้กับเรื่องราว ถึงแม้ว่าจะมีความขมขื่น แต่ก็เต็มไปด้วยความจริงใจในความรัก จากประสบการณ์ที่เคยเห็นผู้ป่วยที่ต้องเผชิญกับโรคร้ายและความยากลำบากในการรักษา ผมเข้าใจดีว่าการเปิดใจและยอมรับความช่วยเหลือจากคนที่รักสำคัญขนาดไหน การพูดคุยและสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งจึงเป็นกุญแจที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ไม่พังทลาย ยิ่งในช่วงเวลาที่ชีวิตเหลือน้อย ความรักและความสงสารยิ่งมีความหมายและทรงพลังมากขึ้น ผมเชื่อว่าตอนถัดไปของเรื่องนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญในความสัมพันธ์ของยูตะและพี่ซึง และเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับคนอ่านทุกคนทั้งเรื่องความรัก การดูแลกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และความหวังในวันข้างหน้า