กับดักเงินผ่อนระยะยาว กับ ราคาที่เราต้องจ่าย

“ผ่อนง่ายๆ ผ่อนสบายๆ ไม่ต้องวางเงินดาวน์ ไม่ต้องรอเก็บเงิน เริ่มผ่อนกันยาวๆชิวๆไปเล้ย!!!”

.

ในวันที่สินค้าแทบทุกอย่างสามารถทำเรื่องผ่อนจ่ายได้ และ การผ่อนจ่ายในปัจจุบันนี้ก็เหมือนว่าจะ ยืดระยะเวลา ให้ผู้บริโภคสามารถผ่อนชำระค่างวดได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

.

ยกตัวอย่างของชิ้นใหญ่ๆที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันอยู่แล้วทั้งบ้านแล้วก็รถ สมัยก่อนเราคงเคยชินว่า บ้าน ปกติเราสามารถผ่อนได้นานถึง 30 ปี (360 งวด) ส่วนรถยนต์เราก็สามารถผ่อนได้นานถึง 5 ปี (60 งวด) แต่รู้ไหมครับว่าปัจจุบันนี้ในหลายๆผู้ให้บริการ บ้านสามารถผ่อนกันได้นานสูงสุดถึงสุดถึง 40 ปี(480 งวด) ส่วนรถสามารถผ่อนกันได้สูงสุดถึง 8 ปี (84 งวด) เลยทีเดียว

.

.

ในปัจจุบันเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้รวดเร็วขึ้น ผู้ให้บริการสินค้าต่างๆไม่เพียงแค่บ้านกับรถ ต่างพยายามยืดระยะเวลาผ่อนชำระค่างวดออกไปอีกเพื่อให้ “ค่างวดผ่อนชำระรายเดือน” ของสินค้าและบริการต่างๆถูกลง แม้จะเล็กน้อยก็ตาม

.

.

ที่น่าตกใจคือสำหรับสินค้าบางประเภทอย่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิค หรือ โทรศัพย์มือถือ ที่ทุกคนก็รู้อยู่าแล้วว่าเป็นสินค้าที่เสื่อมมูลค่าลงทุกปี ปัจจุบันกลับมีผู้ให้บริการบางรายสามารถให้เราผ่อนได้นานสูงสุดถึง 4 ปี ด้วยซ้ำ

.

.

เอาจริงๆถ้าเรามองด้วย Common sense ผมว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่เราต้องอดทนผ่อนอุปกรณ์ IT หรือ มือถือรุ่นหนึ่งเป็นเวลานานถึง 3-4 ปีเลย

พอเวลาผ่านไปถึงปีที่ 4 ทุกคนก็น่าจะรู้ว่ามูลค่าของอุปกรณ์ IT พวกนี้มันต้องตกลงไปไม่ต่ำกว่า 50-60% อย่างแน่นอน นอกเหนือจากเรื่องมูลค่าของสินค้าที่หายไปรวดเร็วแล้วยังไม่นับรวม “ดอกเบี้ย” ที่เราต้องจ่ายตลอดทางอีก

.

.

ประเด็นคือนอกเหนือจากเรื่องต้นทุนเรื่องเงินที่เราต้องจ่ายออกไปแล้ว “ต้นทุนเวลา” ที่เราต้องจ่ายออกไปสำหรับผม ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันเลยครับ

ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่า “การเลือกผ่อนยาว” มันส่งผลเสียอะไรให้กับเราบ้าง และ ต้นทุนดอกเบี้ยและเวลาที่เราต้องจ่ายไปมันเยอะขนาดไหน เราจะมาคำนวนตัวเลขให้เห็นชัดๆกันไปเลย

.............................

ผ่อนมือถือยาวๆ 48 งวด??

น่าแปลกใจว่าขนาดมือถือซึ่งปกติเราก็ควรผ่อนกันแค่ 10 เดือนกลับมีโปรที่ให้เราผ่อนได้ยาวๆถึง 48 เดือน ซึ่งปัญหาคือการผ่อนยาวขนาดนี้ผู้ให้บริการไม่ยอมให้เราผ่อนฟรีๆโดยไม่คิดดอกเบี้ยแน่นอนจริงไหมครับ

โดยปกติแล้วก็จะคิดดอกเบี้ยประมาน 0.39% - 0.99% (โปรโมชั่นขึ้นอยู่กับช่วงเวลา) ลองมาคำนวนกัน

- ราคามือถือ (เงินต้น): 40,000 บาท

- ระยะเวลาผ่อน: 48 เดือน

- ดอกเบี้ย: 0.99% ต่อเดือน (แบบคงที่ / Flat Rate)

ถ้าเราใช้เงื่อนไขนี้เราจะผ่อนมือถือราคา 40,000 บาทได้เพียงเดือนละ 1,229.33 บาท เท่านั้น ฟังดูสบายเลยใช่ไหมครับ จ่ายแค่ 1200 บาทคนเงินเดือนสัก 20,000 ก็สามารถมีมือถือรุ่น Top ใช้ได้แบบสบายๆ

แต่ความจริงมันโหดร้ายกว่านั้นครับ ถ้าเราลองมาแกะตัวเลขแล้ว

1.ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย "ต่อเดือน"

- 40,000 x 0.99% = 396 บาท/เดือน ดูเหมือนน้อยใช่ไหมครับ แค่เดือนละ 300 กว่าบาท แต่ยังยังไม่จบนะครับไปคิดต่อข้อ 2.

2.ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา (48 เดือน)

- 396 บาท x 48 เดือน = 19,008 บาท (50% ของราคามือถือ)

3.ราคาสุทธิที่คุณต้องจ่ายจริง

- เงินต้น 40,000 + ดอกเบี้ย 19,008 = 59,008 บาท

สรุปก็คือจากมือถือเครื่องละ 4 หมื่น กลายเป็นเกือบ 6 หมื่น! แพงขึ้นเกือบ 50% เห็นไหมครับว่าการที่เราโฟกัสแต่จะทำยังไงใก็ได้ให้ ยอดผ่อนต่อเดือนมันน้อยที่สุด

เพื่อที่จะได้เป็นเจ้าของอะไรบางอย่างได้เร็วขึ้น ง่ายขึ้น มันมีต้นทุนที่เราต้องจ่ายออกไป และต้นทุนนั้นก็เยอะมากๆเสียด้วย

อันนี้เป็นตัวอย่างจริงที่ผมลองคำนวนให้ดู เพื่อให้ทุกคนเห็นครับว่า ดอกเบี้ยที่เราต้องจ่ายมันเยอะขนาดไหน เคสนี้อาจจะดูเยอะแล้วแต่ผมอยากให้ดูอีกเคสนึงครับเป็นเคสของ การผ่อนบ้าน 40 ปี

.......................

ผ่อนบ้าน 40 ปี 🏠

สมมุติเราซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท ระหว่างการ เลือกผ่อนยาวๆ 40 ปี กับ ผ่อนสั้นลงมาหน่อย 20 ปี ตัวเลขต่างๆมันจะต่างกันเท่าไหร่บ้าง (สมมุติให้ดอกเบี้ยเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 6%)

- ผ่อนบ้าน 20 ปี ( 240 งวด)

- ค่างวด: 21,500 บาท / เดือน

- ผ่อนจริงรวม: 5,160,000 บาท

- เฉพาะดอกเบี้ย: 2,160,000 บาท

เห็นดอกเบี้ยแล้วอาจจะตกใจนะครับว่า บ้านราคา 3 ล้านแต่เรากลับต้องจ่ายดอกเบี้ยรวมถึง 2 ล้านเลย ก่อนจะตกใจไปลองดูตัวเลขของการผ่อน 40 ปี กันครับ

- ผ่อนบ้าน 40 ปี ( 480 งวด)

- ค่างวด: 16,500 บาท / เดือน

- ผ่อนจริงรวม: 7,920,000 บาท

- เฉพาะดอกเบี้ย: 4,920,000 บาท

ถ้าเราเลือกผ่อนยาวๆ 40 ปีเอาเฉพาะดอกเบี่ยที่ต้องจ่ายนะครับว่าดอกเบี้ยแพงกว่าราคาบ้านเกือบ 2 เท่าไปแล้ว

....................

แล้วถ้าผ่อนสั้นไม่ไหวจะทำยังไง?

แต่แน่นอนหลายๆคนก็จะบอกว่าจริงๆก็ไม่ได้อยากผ่อนยาวๆหรอก แต่ที่ต้องทำเพราะว่า มันช่วยให้ยอดผ่อนต่อเดือนน้อยลงไง ถ้าผ่อนสั้นๆมันก็ต้องจ่ายค่างวดต่อเดือนเพิ่มขึ้น แบบนี้ก็ซื้ออะไรไม่ได้กันพอดี

.

.

ความตั้งใจที่ผมเขียนบทความนี้ขึ้นมา เพราะผมอยากจะชวนทุกคน มองให้ไกลขึ้น ครับ แท้จริงแล้วความสะดวกสบายในการจ่ายค่างวดน้อยๆผ่อนยาวๆ ต้นทุนของมันคือ เงินและเวลา ที่จ่ายไป เวลาทุกเดือนทุกปีที่เราต้องเสียไป สำหรับผมมันไม่ค่อยคุ้มค่าสักเท่าไหร่กับการไปแลกกับความสุขในช่วงสั้นๆแบบนั้น

.

.

แน่นอนผมไม่ได้บอกว่าการผ่อนสินค้าเป็นเรื่องผิดนะครับ มันเป็นเรื่องที่ทำได้ ทุกคนสามารถใช้บริการผ่อนสินค้าได้ทั้งนั้นครับ เพียงแต่ เราอย่าไปหลงกับดักการผ่อนที่ยาวเกินจำเป็น เห็นแก่ค่างวดที่ถูกกว่านิดหน่อย จนทำให้เราต้องเสียเงินและเสียเวลาที่มากกว่าในระยะยาว

.

.

วันนี้เราอยู่ในยุคที่ทุกอย่างมาคอยกระตุ้น มาคอยเร่งรัดให้เราจับจ่ายใช้สอยให้มากที่สุด เยอะที่สุด และ เร็วที่สุด จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นบริการต่างๆพวกนี้ออกกันมาเรื่อยๆ และ ผมก็เชื่อว่าในอนาคต คงจะมีบริการที่อำนวยความสะดวกให้เราซื้อของได้่ายกว่านี้ออกมาอีกแน่ๆ

.

.

สิ่งสำคัญคือ เราต้องมีสติ เราต้องไม่หลงไปกับความสะดวก ความง่าย จนลืมไปว่าทุกอย่าง “มีราคาที่ต้องจ่ายอยู่เสมอ” การอดทนเก็บเงินให้ได้ก่อนแล้วค่อยซื้อ หรือ การวางดาวน์เงินบางส่วน แล้วค่อยซื้อ ผมยังคิดว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ในการซื้ออะไรสักอย่าง

.

.

เพราะสุดท้ายอย่าลืมนะครับไม่ว่าคุณจะผ่อนอะไรก็ตาม สิ่งที่คุณจ่ายไปไม่ใช่แค่เรื่องดอกเบี้ย แต่เป็น “เวลา และ อิสระภาพ” ที่คุณต้องยอมแลกไปด้วย

ก่อนจะผ่อน ก่อนจะซื้ออะไร คิดให้ดี วางแผนให้รอบคอบ

"ซื้อไม่ได้…ก็ยังไม่ต้องซื้อ"

ง่ายๆเท่านี้เองครับ……..

WIN.ITTISAK

#guruliving

2025/12/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเชื่อว่าการเลือกผ่อนสินค้าระยะยาว เช่น มือถือ หรือบ้าน มีข้อดีในเรื่องค่างวดที่ต่ำลง ทำให้รู้สึกจับต้องได้ง่ายขึ้น แต่อย่าลืมว่าราคาที่เราจ่ายจริงๆ กลับสูงกว่าราคาสินค้าตั้งต้นมากทีเดียว สำหรับมือถือที่มีราคาค่อนข้างตกเร็ว การผ่อนยาวอาจทำให้เราต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าสินค้า และยิ่งบ้านที่ผ่อนยาว 40 ปี ดอกเบี้ยรวมสูงเกือบเท่ากับราคาบ้านเลยทีเดียว ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลกระทบต่ออิสระทางการเงินในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีเรื่อง "ต้นทุนเวลา" ที่หลายคนมองข้าม เพราะระยะเวลาการผ่อนชำระนาน ทำให้ชีวิตต้องถูกผูกมัดกับภาระค่างวด และลดโอกาสทางการเงินอื่นๆ ไปโดยปริยาย แนะนำว่าควรมีการวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เช่น การเก็บเงินดาวน์ก่อนซื้อ หรือเลือกผ่อนในระยะเวลาที่เหมาะสมกับรายได้จริง เพื่อให้ภาระหนี้ไม่เป็นภาระหนักเกินไปและรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ดี สุดท้าย เรื่องการเลือกผ่อนสินค้าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้แต่ต้องมีสติ ไม่หลงไปกับความสะดวกสบายของยอดผ่อนรายเดือนที่ถูกลงจนลืมคำนึงถึงต้นทุนเต็มที่ที่จะตามมาในอนาคตครับ