Summary of the first 1 baht import tax📌✨
✨ Shopper / Pre-Order Merchant Must Know! The First 1 Baht Import Tax Summary Starts Today! 📦
[Body]
Hello everyone! Anyone who likes to order things from abroad or order machines to work at home must watch this post urgently because from today the import tax law has changed!
✅ Summary of what has changed:
Originally, the purchase was not more than $1,500, not taxed...But now 1 baht is 7% VAT!
💡 Which way to choose?
🟧 Shopee / Lazada / Tikis: Fits people like convenience. Pay tax included when checking-out of home without a chance to pay extra.
Taobao 🟥 / Web Chest: Suitable for exotic or specialized machines, but must prepare money to pay the tax on the episode to Thailand (SMS / Email)
🛠️ If ordering expensive machines / things:
Do not forget to check the additional import duty, because in addition to the 7% VAT, there may be an import fee according to the product type.
🌈 Tips:
If you order on behalf of a company / store with VAT, don't forget to request a tax receipt from the shipment to get a tax cut at the end of the month. Great value!
# Tax # Year-end finance # Orange app review # taobao # Online Merchant Life
ช่วงนี้หลายคนถามเรื่อง “ใบเสร็จซ่อมรถมอไซค์” เพราะเอาไปเบิกบริษัท/ส่งประกัน/เก็บเป็นหลักฐานค่าใช้จ่ายกันบ่อยมาก เราเลยสรุปจากประสบการณ์ตัวเองเวลาเข้าร้านซ่อม และเคยโดนตีกลับเพราะเอกสารไม่ครบ ว่าควรเช็คอะไรบ้าง 1) ใบเสร็จที่ “ใช้ได้” ควรมีข้อมูลอะไร - ชื่อร้าน/อู่ + ที่อยู่ร้านชัดเจน (อย่างน้อยให้ตามตัวได้) - เลขผู้เสียภาษี (กรณีร้านจดทะเบียน) และ/หรือเบอร์โทรร้าน - เลขที่ใบเสร็จ และวันที่ออกใบเสร็จ - รายละเอียดรายการซ่อม: เปลี่ยนอะไหล่อะไร ทำอะไรบ้าง ไม่ใช่เขียนกว้างๆ แค่ “ค่าซ่อม” - แยกราคา “ค่าแรง” และ “ค่าอะไหล่” จะดีที่สุด (หลายที่ต้องการรายละเอียดนี้) - ยอดรวมสุทธิ และวิธีชำระเงิน (เงินสด/โอน) - ลายเซ็น/ตราร้าน (ถ้ามี) ช่วยให้ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาก 2) ถ้าจะเอาไปเบิกบริษัท ต้องระวังเป็นพิเศษ บริษัทบางที่ต้องการ “ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน” ที่มี VAT 7% และเลขผู้เสียภาษีครบ ถ้าร้านเป็นอู่เล็กๆ ไม่จด VAT อาจออกได้แค่บิลเงินสดธรรมดา ซึ่งบางบริษัทไม่รับ เราแนะนำให้ถามฝ่ายการเงินก่อนเลยว่า “รับบิลเงินสดได้ไหม” และต้องมีข้อมูลขั้นต่ำอะไรบ้าง 3) เอาไปเคลมประกัน/คู่กรณี ต้องมีอะไรเพิ่ม ถ้าซ่อมจากอุบัติเหตุ หลายเคสต้องใช้ - ใบเสนอราคา (ก่อนซ่อม) + ใบเสร็จ (หลังซ่อม) - รูปถ่ายรถ/ความเสียหายก่อนซ่อม และอะไหล่ที่เปลี่ยน (ถ้าเก็บได้) - ระบุทะเบียนรถ/เลขไมล์ในเอกสาร (ถ้าร้านทำให้ได้จะดีมาก) เพราะเวลาเอกสารมีแค่ยอดรวมก้อนเดียว โอกาสโดนขอข้อมูลเพิ่มสูงมาก 4) ข้อผิดพลาดที่ทำให้ใบเสร็จ “เสี่ยงใช้ไม่ได้” - ไม่มีวันที่ หรือวันที่เขียนไม่ชัด - ไม่มีชื่อร้าน/ที่อยู่/ช่องทางติดต่อ - รายการไม่ระบุอะไหล่และงานซ่อม (เขียนรวมๆ) - ยอดเงินไม่ตรงกับสลิปโอน (เช่น โอน 1,200 แต่ใบเสร็จ 1,000) - ใช้กระดาษโน้ต/เขียนมือแบบไม่มีหัวบิลอะไรเลย (บางที่ไม่รับ) 5) ทริคขอใบเสร็จให้จบตั้งแต่หน้าร้าน ก่อนจ่ายเงิน เราจะบอกช่าง/แคชเชียร์ตรงๆ ว่า “ขอใบเสร็จแบบระบุรายการอะไหล่+ค่าแรงนะคะ ใช้เบิก/เก็บหลักฐาน” ส่วนใหญ่ร้านทำให้ได้ ถ้าร้านมีระบบพิมพ์บิลก็จะง่ายขึ้น และถ้าจ่ายโอน แนะนำให้โอนเข้าบัญชีชื่อร้าน/เจ้าของร้านที่ตรงกับหน้าบิล จะดูเคลียร์สุด 6) วิธีเก็บใบเสร็จไม่ให้หาย/ไม่ให้ซีด ใบเสร็จความร้อนซีดเร็วมาก เราจะถ่ายรูปทันที + สแกนเก็บเป็น PDF ตั้งชื่อไฟล์ประมาณ “ซ่อมมอไซค์_วันที่_ชื่อร้าน_ยอดเงิน” แล้วสำรองไว้ใน Google Drive/อัลบั้มแยก เผื่อวันหนึ่งต้องย้อนหา (เช่น เคลมซ้ำ/ขายรถ/ตรวจประวัติซ่อม) ถ้าคุณบอกได้ว่าใช้ใบเสร็จไปทำอะไร (เบิกบริษัท/เคลมประกัน/เก็บค่าใช้จ่ายร้านค้า) เดี๋ยวเราช่วยเช็ค “รูปแบบใบเสร็จที่ควรขอ” ให้เหมาะกับเคสนั้นๆ ได้เลย

