Automatically translated.View original post

G & h | Roll-On Gentle Formula 🍃 Not Black, Not Stain On Shirt

g & h Roll-On 🍃

It is a roon that we have used regularly for many years. The story is that the mother suggested that it is good. The armpit is not black. Try it and feel like the answer to the problem, so use it continuously.

🪞 help with the story.

- Suppress sweat for 48 hours.

- Quick drying. Do not leave white-yellow stains on clothes.

- Use Encapsulated Fragrance Technology. When there is sweat or high body temperature, it will release the fragrance.

- Plantbase mixture, gentle, reducing the bacteria that cause body odor.

- Contains plant prebiotics. Helps balance skin microbes.

- Contains Organic Green Tea Extract from Newtrilite, Protects Skin and Nourishes Healthy Look

- No alcohol. Fits sensitive skin.

🍀 smell.

Top note: Clementine (refreshing)

Middle notes: pioni blossoms + green apples (tender, gentle)

Bass notes: plants (warm, natural looking)

💬 after use: Dry quickly, mild fragrance, really fragrant all day. Lasting the fragrance for a very long time. Normally, we are a lot of sweat people, easy to smell, but you keep it! Armpits are not black, do not leave yellow stains on the shirt. Great! I want a strong drug label. 🥺💕

📍 Coordinates: Amway All branches nationwide / Amway.co.th

# ghvegan # Wigan skin # AmwayThailand # Cosmenet review # Roll on

1/4 Edited to

... Read moreหลายคนถามเราเหมือนกันว่า “g&h โรลออน สูตรใหม่กับสูตรเก่า สองตัวนี้ตัวไหนดีกว่ากัน?” เพราะแพ็กเกจวางคู่กันแล้วดูคล้ายกันมาก เราเป็นคนที่ใช้ g&h Roll-On มาตั้งแต่สูตรเก่า เลยพอมีมุมเทียบให้แบบคนใช้จริงค่ะ 1) เรื่องกลิ่นและความติดทน ของที่เราประทับใจที่สุดคือกลิ่นจะหอมแบบสะอาดๆ ไม่ฉุน และติดทนดีมาก โดยเฉพาะวันไหนเหงื่อออก/อากาศร้อน จะรู้สึกว่ากลิ่น “เด้งขึ้นมา” มากกว่าเดิม (เขามีเทคโนโลยี Encapsulated Fragrance Technology) ส่วนตัวเรารู้สึกว่าสูตรใหม่กลิ่นละมุนขึ้นและปล่อยกลิ่นตอนเจอความร้อนได้ชัดกว่า แต่ทั้งสองสูตรเอาอยู่เรื่องกลิ่นตัวค่ะ 2) ความแห้งไว + คราบติดเสื้อ ถ้าใครกังวลคราบขาว/คราบเหลืองบนเสื้อ เราเข้าใจมาก เพราะเราใส่เสื้อสีขาวบ่อย สูตรใหม่ที่เราใช้รู้สึกว่า “แห้งไวขึ้น” ทาแล้วรอแป๊บเดียวก็ใส่เสื้อได้ ไม่เหนอะ และไม่ค่อยเจอคราบเหลืองตรงวงแขนเสื้อ (อันนี้เป็นเหตุผลหลักที่เรายังซื้อซ้ำ) 3) ระงับเหงื่อ/ระงับกลิ่น 48 ชม. จริงไหม ในชีวิตจริงเราวัดเป็น “วันทำงาน” มากกว่า วันไหนอยู่ห้องแอร์คือสบายมาก กลิ่นยังอยู่ตั้งแต่เช้าถึงเย็น ส่วนวันออกข้างนอกแดดจัด เหงื่อยังมีตามปกติแต่กลิ่นตัวไม่พุ่ง ซึ่งสำหรับเราแปลว่าทำหน้าที่ระงับกลิ่นได้ดีมาก 4) ผิวแพ้ง่ายใช้ได้ไหม เราชอบที่ไม่มีแอลกอฮอล์ และเป็นแนวอ่อนโยน/แพลนท์เบส มีพรีไบโอติกส์จากพืชช่วยบาลานซ์ผิว คนที่เพิ่งโกนหรือแว็กซ์แนะนำให้เว้นผิวสักนิดแล้วค่อยทา จะลดโอกาสแสบ/คันได้ (ส่วนตัวเราไม่ค่อยระคายเคือง) 5) รักแร้คล้ำดีขึ้นไหม ต้องบอกตรงๆว่าเรื่องรักแร้ไม่ดำของเราเกิดจาก “ไม่ระคายเคือง + ไม่เป็นคราบ + ดูแลต่อเนื่อง” มากกว่าใช้แล้วขาวทันที เราใช้ต่อเนื่องแล้วสีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น และรู้สึกมั่นใจเวลาใส่เสื้อแขนกุด สรุปเลือกตัวไหนดี? - ถ้าเน้นแห้งไว ไม่เป็นคราบ และชอบความละมุน: สูตรใหม่ตอบโจทย์มาก - ถ้าเคยใช้สูตรเก่าแล้วถูกกับผิว/กลิ่นอยู่แล้ว: ใช้ต่อได้เลย เพราะพื้นฐานระงับกลิ่นดีเหมือนกัน ทริคเล็กๆ ของเรา: ทาหลังอาบน้ำตอนผิวแห้งจริงๆ และทาให้พอดี (ไม่หนาเกิน) จะช่วยให้แห้งไวและลดโอกาสคราบติดเสื้อได้ค่ะ