Automatically translated.View original post

* Dry Brush No Water Plunge Required + Brush Tips🦷🪥

Try "Dentiste 'Anticavity Max Fluoride" 🦷👀 is a specific formula for brushing dry teeth without water. It's great. It's super convenient. It has 1,500 ppm fluoride. It also helps with white teeth, removing plaque and bacteria, reducing bad breath, and preventing tooth decay.

📖 tips how to brush

1. Use dental floss or strong water to make food waste out first.

2. Squeeze the toothpaste and brush without dipping water to maintain fluoride.

3. Brush your teeth continuously for at least 2 minutes.

4. Spit toothpaste. No need to spit along.

5. Drink and eat after 30 minutes of brushing.

6. Brush your teeth every day twice a day.

🥣 fits:

- The patient is in bed.

- Pregnant, young and elderly

- I like to eat dessert, kiss and sip all day.

- Orthodontics.

- People who need to travel need convenience.

# Brush your teeth clean # Brush your teeth dry # White teeth # Yellow teeth # Beautiful teeth

3/9 Edited to

... Read moreหลังลอง “Dentiste' Anticavity Max Fluoride” (ฟลูออไรด์ 1500 ppm) แบบแปรงแห้งไม่ต้องบ้วนน้ำตาม สิ่งที่รู้สึกชัดคือความสะดวก—เหมาะกับวันที่รีบๆ หรืออยู่ข้างนอกที่ไม่อยากเลอะอ่างล้างหน้า และข้อดีของการ “ไม่บ้วนน้ำตาม” คือช่วยให้ฟลูออไรด์อยู่บนผิวฟันนานขึ้น เหมือนเคลือบฟันต่อหลังแปรงเสร็จ ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกแนวทางนี้เพื่อโฟกัสเรื่องป้องกันฟันผุ ทริคเล็กๆ ที่ทำให้การแปรงแห้งเวิร์กขึ้น (จากที่ลองทำจริง): 1) ถ้าปากแห้งมาก ให้จิบน้ำเล็กน้อยก่อนเริ่ม แล้วค่อยบ้วนทิ้ง (ไม่ต้องบ้วนหลังแปรง) จะช่วยให้แปรงลื่นขึ้นโดยยังคงแนวคิด “แปรงแห้ง” อยู่ 2) บีบยาสีฟันปริมาณพอดี (ไม่ต้องเยอะ) แล้วเริ่มแปรงแบบไล่ทีละโซน: ด้านนอก–ด้านใน–ด้านบดเคี้ยว และอย่าลืมบริเวณคอฟัน เพราะคราบพลัคชอบเกาะตรงนี้ 3) ตั้งเวลา 2 นาทีจริงๆ แนะนำแบ่งเป็น 30 วินาทีต่อ 1 ควอดแรนต์ (ซ้ายบน/ขวาบน/ซ้ายล่าง/ขวาล่าง) จะไม่เผลอแปรงลวกๆ 4) หลังแปรงเสร็จ ให้ “บ้วนฟองยาสีฟันทิ้ง” แค่พอเอาฟองออก แต่ไม่ต้องบ้วนน้ำตาม จากนั้นพยายามงดน้ำ/อาหารประมาณ 30 นาที จะยิ่งช่วยให้ฟลูออไรด์ทำงานเต็มที่ อีกจุดที่ชอบของรุ่นนี้คือเขาระบุว่าไม่มีสารบางอย่างที่หลายคนกังวล เช่น SLS, Gluten, Alcohol, Paraben, Sugar และ Plastic Microbeads ใครที่เคยระคายเคืองง่ายอาจลองสังเกตอาการตัวเองดู (แต่ถ้ามีแผลร้อนใน/แพ้ง่ายมาก แนะนำเริ่มจากปริมาณน้อยก่อน) เหมาะกับใครบ้างในมุมของเรา: คนจัดฟันที่คราบเกาะง่าย, คนกินหวาน/จิบกาแฟทั้งวัน, คนเดินทางบ่อย หรือบ้านที่มีผู้สูงอายุ/ผู้ป่วยติดเตียง เพราะขั้นตอนน้อยและควบคุมความเลอะเทอะได้ดี สุดท้าย ถ้าเป้าหมายหลักคือฟันขาว ควรคาดหวังแบบ “ค่อยๆ ใสขึ้นจากคราบลดลง” มากกว่าขาววอกทันที และอย่าลืมคู่หูสำคัญอย่างไหมขัดฟัน/แปรงซอกฟัน เพราะต่อให้ยาสีฟันดีแค่ไหน ถ้าคราบค้างตามซอก ฟันก็เหลืองและมีกลิ่นปากได้อยู่ดี