เก่งแค่ไหนก็ทำงานที่นี่ไม่ได้ ถ้าไม่มี…

Bloodline culture คือ สังคมการทำงานแบบเลือดสีเดียวกัน รุ่นพี่ดึงรุ่นน้อง รุ่นน้องดึงรุ่นพี่ ทั้งหมดจบจากมหาลัยเดียวกัน พูดง่ายๆ ก็คือ เข้ามาโดย connection นั่นเอง

สังคมการทำงานแบบนี้แม้ปัจจุบันจะลดน้อยลงแต่ยังคงพบเห็นได้ตามองค์กรใหญ่ เช่น บริษัทจำกัดมหาชนบางที่, สายงานกฎหมาย, แพทย์-การเมือง และอื่นๆ ซึ่งถ้าเราจบจากที่อื่นแล้วเผลอหลุดเข้าไปก็เป็นเสมือนแกะดำ

ส่วนตัวมองว่าสังคมแบบนี้มีความ bias เพราะขาดเรื่องความหลากหลาย (diversity) เพียงแค่การคัดคนยังต้องเลือกคนในกลุ่มกันเอง ฉะนั้นในเรื่องมุมอื่นๆ ก็บ่งบอก mindset หลายๆ อย่างได้ว่าย่อมมีความบิดเบี้ยวตาม

#สมัครงาน #สัมภาษณ์งาน #มนุษย์เงินเดือน #ติดเทรนด์ #สังคม

2025/9/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลัง “หางานอายุ 30 ไม่มีประสบการณ์” แล้วเริ่มท้อ เพราะสมัครไปก็เงียบ หรือรู้สึกว่าองค์กรบางที่รับกันเองแบบคอนเนคชัน/รุ่นพี่รุ่นน้อง (ที่หลายคนเรียกว่า bloodline culture) อยากบอกว่ามันไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่งนะ แต่อาจแปลว่าคุณกำลังยืนอยู่ผิดสนาม สิ่งที่ช่วยมากสำหรับคนอายุ 30 ที่ไม่มีประสบการณ์ “ตรงสาย” คือการเปลี่ยนจากการขายคำว่า “ประสบการณ์ทำงาน” ไปเป็นการขาย “หลักฐานความสามารถ” และ “ทัศนคติการทำงาน” แทน เพราะบางบริษัทไม่ได้มองหาคนเคยทำมาก่อน 100% แต่ต้องการคนที่เรียนรู้เร็ว ทำงานเป็นระบบ และสื่อสารชัด 1) เลือกตำแหน่งให้จับต้องได้ (อย่ากว้างเกิน) แทนที่จะสมัครทุกอย่าง ลองเลือก 1–2 สายที่ใกล้เคียงกับสิ่งที่ทำได้จริง เช่น ถ้าคุณเคยดูแลเพจ/ขายของออนไลน์ ให้เล็งสายคอนเทนต์ มาร์เก็ตติ้ง หรือแอดมินอีคอมเมิร์ซ ถ้าเคยทำเอกสาร/ประสานงาน ให้เล็งแอดมิน/Operation/HR Assistant การโฟกัสจะทำให้เรซูเม่ดู “ตั้งใจ” ไม่ใช่ “ลองเสี่ยงดวง” 2) เปลี่ยนเรซูเม่เป็นแบบ “สกิล + ผลลัพธ์” คนไม่มีประสบการณ์มักเขียนหน้าที่ แต่ HR อยากเห็นผลลัพธ์ เช่น - “ดูแลเพจร้าน” → “ทำคอนเทนต์ 3 โพสต์/สัปดาห์ เพิ่มยอดทัก 20% ใน 2 เดือน” - “ช่วยงานเอกสาร” → “จัดระบบไฟล์/สรุปรายงาน ทำให้ค้นเอกสารเร็วขึ้น” ถ้าไม่มีตัวเลขจริง ใช้คำอธิบายเชิงผลลัพธ์/กระบวนการแทนได้ เช่น ลดความผิดพลาด ทำงานเร็วขึ้น ลูกค้าพอใจขึ้น 3) ทำพอร์ตแบบเร็วและจริง (ไม่ต้องสวยมาก) ตำแหน่งจำนวนมากสามารถมีพอร์ตได้ แม้ไม่เคยทำงานบริษัท: - สายคอนเทนต์: รวมโพสต์ที่เคยเขียน 10 ชิ้น พร้อมเหตุผลว่าตั้งใจสื่อสารอะไร - สายแอดมิน/ออเปอเรชัน: ทำตัวอย่างไฟล์ Google Sheet/Template การติดตามงาน - สายบริการลูกค้า: สคริปต์ตอบแชท + วิธีรับมือเคสยาก พอร์ตคือ “หลักฐาน” ที่ช่วยลดอคติเรื่องอายุ และช่วยให้คุณชนะคนที่มีคอนเนคชันแต่ไม่มีผลงานชัด 4) เลี่ยงสนามที่ bloodline culture หนัก แล้วไปหาสนามที่วัดฝีมือ ถ้าคุณสัมผัสได้ว่าองค์กรไหนรับกันเองจริงๆ (ถามอะไรรายละเอียดไม่ได้, วัฒนธรรมรุ่นพี่เข้ม, ทีมมาจากที่เดิม) อย่าเสียเวลานาน ให้หันไปทางบริษัทที่มีระบบ เช่น บริษัทที่มีการทดสอบงาน, มี JD ชัด, มีหลายทีมหลายแบ็กกราวด์ หรือบริษัทขนาดกลาง/สตาร์ทอัพที่ดูผลงานเป็นหลัก 5) ใช้วิธีสมัครแบบ “วอร์มอินโทร” ไม่มีคอนเนคชันก็สร้างได้แบบสุภาพ: ทักหาเพื่อนของเพื่อน/ศิษย์เก่าที่ทำสายเดียวกัน ขอคำแนะนำ 10 นาที หรือขอให้ช่วยดูเรซูเม่ ไม่ต้องเปิดด้วยคำว่า “ฝากเข้าทำงาน” แต่เริ่มจาก “ขอเรียนรู้” โอกาสได้รีเฟอร์จะตามมาเอง สุดท้าย อายุ 30 ไม่ได้สายเกินเริ่มใหม่ สิ่งที่ทำให้ผ่านด่านสัมภาษณ์ได้คือความชัดเจนว่า “คุณจะช่วยทีมได้ยังไง” แม้ไม่มีประสบการณ์ตรง ถ้าคุณสรุปสกิลเป็น ทำให้เห็นหลักฐาน และเลือกสนามที่ไม่ยึดติดเลือดสีเดียวกัน โอกาสจะเปิดกว้างขึ้นมาก