ทำไมการ์ตูนยุค 90s งานภาพดีกว่าการ์ตูนยุคปัจจุบัน

สายการ์ตูนเจนวาย พอมาดูการ์ตูนยุคปัจจุบันอาจรู้สึกว่างานภาพการ์ตูนยุคนี้หลายเรื่องทำไม่ค่อยละมุน บางเรื่องเรียกว่างานเผามาเลย ซึ่งจริงๆ มีหลายสาเหตุแต่หลักๆ คือ

1. กระบวนการผลิตแตกต่างกัน ⭐️

:: ในอดีตการทำการ์ตูนเน้นงานมือเป็นหลัก ทั้งการวาด ลงสี กำหนดคอมโพสต่างๆ ทำแบบ frame by frame ฉะนั้นต้องมีการวางแผนการทำงานให้ดี หากมีการผิดพลาดก็จะเสียเวลาและ cost ในการแก้ไข ซึ่งต่างจากการทำการตูนปัจจุบันที่ทำบน digital ผิดพลาดตรงไหนก็ลบกลับมาแก้ไขได้รวดเร็ว นั่นทำให้การผลอตการ์ตูนในสมัยก่อนต้องอาศัยความประณีต ความชำนาญอย่างมาก

2. เพราะงานทำมือคือความสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์⌛️

:: การลงสี เส้น ลวดลายบรัชต่างๆ ที่ทำด้วยมือจะมีความนิ่มนวลมากกว่า สังเกตงานทำ background ในการ์ตูนหลายเรื่องจะคล้ายโทนสีน้ำ มีความฟุ้งละมุน และความไม่สมบูรณ์ของเส้นสี มีจังหวะหนักเบา พอเอาทุกอย่างประกอบรวมกันจึงรู้สึกว่างานมึ ambient, emotional, noise เข้ามาผสม ทำให้เหมือนงานมีชีวิตมากขึ้น

ซึ่งต่างจากกระบวนการผลิตการ์ตูนปัจจุบัน ที่วาดบนบรัชสำเร็จรูป ใส่สีเพียงลากเข้ามา ทุกอย่างดูสม่ำเสมอเท่ากันไปหมดทำให้งานขาดมิติ และความมีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ยังมีเรื่องปัจจัยอื่นๆ เช่น งบประมาณ การทำมาร์เกตติ้ง เรตติ้งต่างๆ การ์ตูนบางเรื่องอาจได้งบและระยะเวลาที่ดีก็สามารถผลิตงานออกมาได้ดีเลย บางเรื่องถูกทำมาเพื่อลองตลาดจับกระแสระยะสั้น

#ภาพวาดการ์ตูน #ภาพการ์ตูน #วาดภาพการ์ตูน #ติดเทรนด์ #anime

1/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าพูดถึง “โบลท์ ซูเปอร์โฮ่ง ฮีโร่หัวใจเต็มร้อย” สิ่งที่หลายคนจำได้ไม่ใช่แค่ความน่ารักหรือความฮีโร่ของน้องหมา แต่คือ “อารมณ์ภาพ” ที่ดูอบอุ่นและมีชีวิต ซึ่งพอกลับมาดูแอนิเมชันยุคใหม่บางเรื่อง เราอาจรู้สึกว่างานภาพมันคมก็จริง แต่ความละมุน/ความฟุ้งแบบเดิมหายไป ส่วนตัวเรามองว่ามันไม่ได้แปลว่า “สมัยก่อนเก่งกว่าเสมอ” แต่เพราะกระบวนการผลิตไม่เหมือนกันจริงๆ ยุคงานมือจะเดินงานเป็นลำดับชัดมากประมาณ 企画→絵コンテ→原動画 (วางคอนเซ็ปต์/บท → สตอรี่บอร์ด → อนิเมชันคีย์กับอินบีทวีน) แล้วค่อยไปลงสีและทำฉากหลัง หลายช็อตต้องวาดแบบ frame by frame ซึ่งทำให้ทีมต้องคิดเรื่องจังหวะเส้น น้ำหนักแสง และความต่อเนื่องของเฟรมละเอียดมากๆ พอเป็นงานที่ “แก้ยาก” ความตั้งใจเลยถูกบังคับให้ละเอียดตั้งแต่ต้นทาง อีกอย่างที่ทำให้ภาพดูละมุน คือพื้นผิวของสีและเส้น งานเซล/งานเพนต์ฉากหลัง (background) แบบเดิมมักมีความคล้ายสีน้ำหรือกัวช์ มีเกรน มีรอยแปรง มีความไม่สมบูรณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่รวมกันแล้วกลายเป็นมิติและอารมณ์ (ambient) อย่างเวลาเป็นฉากเย็นๆ หรือฉากซึ้งๆ จะรู้สึกถึง “noise” บางๆ ที่ช่วยให้ภาพดูไม่แบน พอมายุคดิจิทัล ข้อดีคือทำงานไว แก้ไขง่าย และคุมมาตรฐานให้สม่ำเสมอได้ แต่ข้อเสียที่เจอบ่อยคือทุกอย่างเนี้ยบเท่ากันหมด เส้นเท่ากัน สีเนียนเท่ากัน เงาไล่เหมือนกันทั้งเรื่อง ถ้าเลือกบรัชสำเร็จรูปหรือฟิลเตอร์แบบเดียว ภาพก็จะออกมา “สวยแบบปลอดภัย” แต่บางทีความมีชีวิตชีวาและความหลากหลายของพื้นผิวจะหายไป ถ้าคุณเข้ามาจากคีย์เวิร์ดโบลท์ ซูเปอร์โฮ่งฯ แล้วอยากได้ฟีลใกล้เคียงตอนดูการ์ตูนยุค 90s ลองสังเกต 3 จุดนี้เวลาเลือกเรื่องดู: 1) ฉากหลังมีรอยเพนต์/เกรนไหม 2) สีมีโทนอุ่นหรือมีการไล่เฉดแบบไม่เนียนเกินไปไหม 3) การเคลื่อนไหวบางช็อตมี “จังหวะมือ” เช่น ยืด-หด (squash & stretch) แบบเป็นธรรมชาติหรือไม่ สุดท้าย งานยุคใหม่ก็ทำให้ละมุนได้เหมือนกัน ถ้าทีมตั้งใจใส่เท็กซ์เจอร์ ใส่แสงเงา และให้เวลากับคอมโพสกับสตอรี่บอร์ดมากพอ แค่ “กระบวนการผลิต” มันเปลี่ยนไป เราเลยรับรู้ความต่างของงานภาพชัดขึ้นเท่านั้นเอง

ค้นหา ·
วิธีเพิ่มมินิมอลในภาพ