อย่าหาทำ! 🦷 แค่ไม้จิ้มฟันอันเดียว...เกือบเป็นเรื่องใหญ่ 😱 เคสนี้คนไข้พยายามแงะเองจนไม้หักคาเหงือก! เอาออกเองไม่ได้จนต้องมาหาหมอ ใครยังชอบใช้ไม้จิ้มฟันอยู่...ดูคลิปนี้ด่วน!

#hachidentalclinic #คลีนิคทันตกรรม #หมอป่องสวยมาก #เรื่องนี้ต้องดู

2025/12/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนคิดว่า “ไม้จิ้มฟันอนามัย” ปลอดภัยกว่าไม้จิ้มฟันธรรมดา แต่จากเคสที่เจอในคลินิกบ่อย ๆ คือพอมีเศษอาหารติดซอกฟันแล้วเผลอ “จิ้ม/แงะ” แรง ๆ ไม้อาจบิ่นหรือหัก แล้วปลายไม้ไปคาอยู่ที่เหงือกเหมือนเคสนี้ พอพยายามเอาออกเองก็ยิ่งดันให้ลึกขึ้น ทำให้เหงือกช้ำ บวม เจ็บ และเสี่ยงติดเชื้อได้ สิ่งที่ทำให้ไม้จิ้มฟันเสี่ยง คือปลายแหลมแข็ง คุมแรงยาก และมุมที่จิ้มมักเฉือนเหงือกโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคนที่เหงือกร่น/มีช่องว่างระหว่างฟัน หรือมีโรคประจำตัวที่แผลหายช้า ยิ่งต้องระวัง (เวลาซักประวัติคนไข้ เรามักถามว่ามีโรคประจำตัวไหม และทานยาอะไรอยู่มั้ย เพราะมีผลต่อเลือดออกและการอักเสบ) ถ้าจำเป็นต้องใช้ “ไม้จิ้มฟันอนามัย” จริง ๆ แนะนำให้ใช้แบบปลายทู่และยืดหยุ่นกว่า ห้ามจิ้มลงเหงือก และอย่าใช้แงะเหมือนงัดของแข็ง ให้สอดเบา ๆ ตามแนวซอกฟันแล้วดึงออกด้านข้างแทน ถ้ามีอาการเจ็บ “ตอนเจ็บใหม่ ๆ” อย่าแก้ด้วยการจิ้มซ้ำ หรือกินยาพาราแล้วฝืนทำต่อ เพราะจะกลบอาการแต่ปัญหายังอยู่ ทางเลือกที่ปลอดภัยและได้ผลกว่าในชีวิตประจำวัน - ไหมขัดฟัน: เหมาะกับซอกฟันแคบ ช่วยเอาคราบออกโดยไม่ทำร้ายเหงือกถ้าทำถูกวิธี - แปรงซอกฟัน: เหมาะกับคนจัดฟัน มีสะพานฟัน หรือซอกฟันกว้าง เลือกขนาดให้พอดี (ไม่ควรฝืนให้แน่น) - ไหมขัดฟันแบบมีด้าม/เครื่องฉีดน้ำ: ใช้ง่ายขึ้นสำหรับคนที่มือไม่ถนัด สัญญาณที่ควรหยุด “หาทำ” และรีบพบทันตแพทย์ - ไม้หักคา เอาออกเองไม่ได้ - เหงือกบวม แดง เลือดออกไม่หยุด หรือปวดตุบ ๆ - มีกลิ่นปาก/หนอง/มีไข้ ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยลดการต้องใช้ไม้จิ้มฟัน คือแปรงฟันให้ครบ 2 นาที + ใช้ไหม/แปรงซอกฟันวันละครั้ง โดยเฉพาะหลังมื้อเย็น ช่วยลดเศษอาหารติดซอก และลดโอกาสเหงือกอักเสบได้ชัดเจน