12 ชั้นเครื่องเขียนในตำนานกลาง Ginza! สวรรค์ของคนรักศิลปะ

ใครเป็นสายเครื่องเขียน สายจดบันทึก สายแพลนเนอร์ สายสีน้ำ หรือแค่รักของจุกจิกน่ารัก ๆ ห้ามพลาดร้านนี้ด้วยประการทั้งปวง!

📍Itoya Ginza (伊東屋) คือร้านเครื่องเขียนที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1904 ในย่านกินซะ โตเกียว เป็นเหมือน Disneyland สำหรับสายศิลป์เลยก็ว่าได้ เพราะเค้ามีถึง 12 ชั้น!

แต่ละชั้นมีธีมของตัวเอง เช่น “Share” “Write” “Color” “Craft” จัดวางแบบมีดีไซน์ เรียบร้อย น่ารัก และน่าเสียเงินสุดๆ 🛍️✨

⸻

💡 ไฮไลต์ที่เปรี้ยวชอบที่สุด:

🌈 ชั้น 7 – COLOR

คือ “paper wall” ที่อลังการที่สุดในชีวิต เป็นผนังที่เรียงกระดาษตามโทนสีแบบละเอียดมาก มีทุก texture ทั้งเรียบ หยาบ โปร่งแสง มันวาว พิมพ์ลาย ฯลฯ

ถ้าใครชอบทำ collage, art journal, scrapbooking, หรือออกแบบอะไรเกี่ยวกับกระดาษ — ที่นี่คือสวรรค์!

⸻

📌 ชั้นอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

• ✉️ ชั้น 2 – SHARE: การ์ด จดหมาย สติ๊กเกอร์ แสตมป์ และ wax seal สวยจนไม่กล้าใช้

• 🖋️ ชั้น 3 – WRITE: ปากกาหมึกซึม ปากกา limited หมึกและเครื่องเขียนพรีเมียม

• ✂️ ชั้น 8 – CRAFT: อุปกรณ์ DIY, แสตมป์ไม้, masking tape, เครื่องมือ art & craft

⸻

🕘 เวลาเปิด: 10:00 – 20:00 ทุกวัน

🚉 สถานีที่ใกล้ที่สุด: Ginza Station (ทางออก A13 เดิน 1 นาที)

📍พิกัด: G.Itoya Ginza, 2-7-15 Ginza, Chuo City, Tokyo

⸻

✨ มันไม่ใช่แค่ร้านขายเครื่องเขียน แต่คือแหล่งพลังงานสร้างสรรค์ ที่ทำให้เรารู้สึกอยากหยิบปากกาขึ้นมาเขียน อยากทำโปสการ์ด อยากวาดรูป อยากกลับมาสนุกกับอะไรเล็ก ๆ อีกครั้ง

ใครจะมาโตเกียว อย่าลืมเซฟโพสต์นี้ไว้นะ!

📎 ควรเผื่อเวลาไว้ อย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เพราะมันดีทุกชั้นจริง ๆ 💖

#ItoyaGinza #StationeryHeaven #TokyoStationery #ญี่ปุ่นไปไหนดี #เครื่องเขียน

2025/8/24 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมถ้ากำลังแพลนไป “Itoya Ginza” แล้วสงสัยว่าควรเริ่มเดินจากชั้นไหน ซื้ออะไรดี และควรเผื่อเวลายังไง—นี่คือทิปส์จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ช่วยให้เที่ยวร้านได้คุ้มขึ้น (และคุมงบได้ดีขึ้นนิดนึง!) 1) วางแผนเดิน 12 ชั้นแบบไม่หลง Itoya Ginza ใหญ่และของล่อตาล่อใจมาก แนะนำให้เริ่ม “เก็บภาพรวม” ก่อน เช่นเดินไล่ดูป้ายธีมแต่ละชั้น แล้วค่อยกลับมาชั้นที่อยากซื้อจริง ๆ อีกที จะช่วยลดอาการหยิบเพราะตื่นเต้น (แต่ก็ยังเผลอได้อยู่ดี) ถ้ามีลิสต์อยู่แล้ว เช่นต้องการกระดาษ โปสการ์ด ปากกา หรือเทป ก็จิ้มไปชั้นนั้นเป็นหลัก จะประหยัดเวลาได้เยอะ 2) โซนที่คนชอบ journaling/ออกแบบกระดาษต้องไม่พลาด ชั้น COLOR ที่มี paper wall คือจุดที่ทำให้เข้าใจคำว่า “ไม่ใช่แค่ร้านเครื่องเขียน แต่เป็น sanctuary” จริง ๆ เพราะกระดาษเรียงตามโทนสีและสัมผัส (by tone / touchable / collectible) เวลาเลือกให้ลองคิดปลายทางก่อนว่าเอาไปทำอะไร—คอลลาจ, art journal, scrapbooking, ทำการ์ด—แล้วเลือก texture ให้เหมาะ เช่น กระดาษผิวด้านสำหรับเขียนง่าย กระดาษโปร่งแสงสำหรับเลเยอร์ หรือกระดาษมันวาวไว้ทำงานที่อยากให้เด่น 3) สายเขียนจดหมาย/ของขวัญ: “Share” คือสวรรค์ ถ้าใครชอบการ์ด ซองจดหมาย สติ๊กเกอร์ แสตมป์ หรือ wax seal แนะนำให้เผื่อเวลาให้ชั้น Share เพิ่มอีกนิด เพราะของน่ารักแบบ “อยากเก็บไว้มากกว่าส่ง” เลยก็ว่าได้ ทิปส์คือเลือกธีมสีไว้ก่อน 1 โทน จะช่วยให้เซ็ตการ์ด + สติ๊กเกอร์ + wax seal เข้ากัน และไม่หลุดงบง่าย 4) สายปากกา/หมึก: อย่าลืมลองก่อนซื้อ ชั้น Write มักมีปากกาดี ๆ และหมึกให้เลือกเยอะมาก ถ้ามีโอกาสลองเส้นและน้ำหนักมือก่อน จะช่วยให้ได้รุ่นที่เหมาะกับการใช้งานจริง โดยเฉพาะคนที่ซื้อเป็นของฝาก—ลองคิดสไตล์คนรับว่าเขียนลายมือเล็ก/ใหญ่ ชอบเส้นบาง/หนา จะเลือกง่ายขึ้น 5) สาย DIY: Craft ชั้นเดียวอาจหมดแรงได้ ชั้น Craft คือ playground ของเครื่องมือ เทป และอุปกรณ์ DIY ทั้งหลาย ถ้าเข้ามาแล้วมักเผลอหยิบ “นิดหน่อย” แล้วกลายเป็นเต็มตะกร้า แนะนำให้ตั้งงบและตั้งโจทย์ เช่น “วันนี้จะซื้อ masking tape แค่ 3 ม้วน” หรือ “ซื้อแสตมป์ไม้ไว้ทำแพลนเนอร์” จะช่วยให้เลือกได้ตรงความต้องการ 6) ทิปส์เวลาไป + ช่วงคนเยอะ Itoya Ginza เดินจาก Ginza Station ออก A13 แป๊บเดียวก็ถึง ถ้าอยากเดินสบาย ๆ แนะนำไปช่วงเช้ากว่า ๆ หรือวันธรรมดา และเผื่อเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง (ถ้าชอบถ่ายรูป + เลือกกระดาษ อาจยาวกว่านั้น) สรุปคือ Itoya Ginza เหมาะมากทั้งคนรักเครื่องเขียนและคนอยากหาแรงบันดาลใจกลับไปเขียน วาด ทำการ์ด หรือทำงานคราฟต์เล็ก ๆ อีกครั้ง ถ้ามีเวลาในกินซะ แนะนำให้ใส่ไว้ในลิสต์แบบจริงจังเลย

ค้นหา ·
ร้านเครื่องเขียน ญี่ปุ่น