Automatically translated.View original post

Swash Lip Tint La glace All Colors!

4/5 Edited to

... Read moreหลายคนถามว่า “La glace สีไหนเหมาะกับสีอะไร/โทนผิวอะไร” เราลองสรุปจากสวอชครบ 10 สี (#01 DAHLIA DREAM – #10 RED FLAG) และดูรอยสเตนหลังเช็ดออกให้แบบเข้าใจง่าย เผื่อเลือกสีได้ตรงใจมากขึ้นนะ 1) ดูโทนผิวตัวเองก่อนแบบไวๆ - ผิวขาวอมชมพู (โทนเย็น): มักรอดกับชมพูอมม่วง/แดงโทนเย็น ทาแล้วหน้าผ่อง - ผิวขาวเหลือง–ผิวสองสี (โทนอุ่น/นิวทรัล): รอดกับพีช ส้มอมนู้ด แดงอิฐ - ผิวแทน: สีเข้ม/สีอิ่มชัดจะขึ้นมาก เช่น แดงก่ำ แดงไวน์ ส้มอิฐ และมักทิ้งสเตนชัดกว่า 2) แนะนำเฉดตาม “ลุค” ที่อยากได้ - ลุคหวานละมุน / แต่งหน้าเบาๆ: เลือกกลุ่มชมพูใสๆ (แนว #01 DAHLIA DREAM หรือสีชมพูที่ดูซอฟต์) ทาแบบแตะๆ แล้วเกลี่ย จะได้ปากดูสุขภาพดี ไม่ดูหนัก - ลุคสุภาพไปเรียน/ไปทำงาน: โทนนู้ดตุ่นๆ หรือพีชตุ่นจะปลอดภัยสุด (กลุ่มโทนกลางๆ) ทาเต็มปากแล้วกดทิชชู 1 รอบจะดูเนียนเป็นธรรมชาติ - ลุคสายแซ่บ/ออกงาน: ขยับไปโทนแดงชัด โดยเฉพาะช่วงท้ายเบอร์อย่าง #09–#10 ที่สีแน่นกว่า (#10 RED FLAG คือแดงชัดมาก) ถ้าอยากให้ดูแพง แนะนำทาไล่ระดับแล้วเติมกลอสบางๆ 3) สีไหน “ติดทน” / ทิ้งสเตนชัด? จากภาพรอยสเตนหลังเช็ดออก จะเห็นว่าสีเข้มจะทิ้งรอยสเตนชัดกว่า (โดยเฉพาะกลุ่มแดงเข้มช่วงท้ายๆ เช่น #10 RED FLAG) ส่วนสีอ่อน/สีใสจะเหลือสเตนน้อยกว่า เหมาะกับคนไม่ชอบให้สีติดนานๆ หรือชอบเปลี่ยนลุคระหว่างวัน 4) ทริคเลือกสีให้ไม่พลาด (ใช้ได้จริง) - ถ้ากลัวหน้าดรอป: เลี่ยงสีที่ “เทา/น้ำตาล” เกินไป แล้วเลือกโทนที่มีชมพูหรือพีชผสม - ถ้าฟันไม่ขาวมาก: แนะนำโทนชมพูอมแดงหรือแดงกุหลาบ จะช่วยให้ฟันดูสว่างกว่าส้มสด - ถ้าปากคล้ำ: เลือกสีที่เม็ดสีแน่นขึ้น (โทนแดง/แดงอิฐ) และทาแบบเต็มปาก 1 รอบก่อน ค่อยทาทับเพิ่มให้เงา 5) วิธีทาให้สวยและไม่แห้ง เราแนะนำทาบางๆ ก่อน 1 ชั้น รอเซ็ตนิดนึงแล้วค่อยเติมเฉพาะกลางปาก ถ้าอยากเงาเพิ่มค่อยทาซ้ำ จุดนี้ทำให้ได้ทั้งความฉ่ำและความทน โดยที่ปากไม่รู้สึกแห้งจนเกินไป ถ้าบอกโทนผิว (ขาวชมพู/ขาวเหลือง/สองสี/แทน) และลุคที่ชอบ เดี๋ยวช่วยชี้เฉดที่น่ารอดสุดจาก 10 สีให้ได้อีกแบบละเอียดๆ เลย