ทินท์ลากลาส สีนัวรห์ๆ (จดด่วน)
นัวรห์ จดสีไปได้เยยยฝ
ช่วงนี้เราอิน “กลาสซี่ทินท์ลากลาส” มาก เพราะอยากได้ลุคปากฉ่ำๆ แบบกระจก แต่ยังมีสีที่ “นัวรห์” ใส่ได้ทุกวัน เลยหยิบ La Glace Flextopia Glassy Tint มาลองแบบจริงจัง สรุปคือเนื้อทินท์ให้ความวาวกำลังดี ไม่หนึบเกิน และเวลาทาแล้วปากดูอิ่มขึ้นแบบทันที เหมาะกับวันที่แต่งหน้าเบาๆ แค่ทินท์ตัวเดียวก็รอด สิ่งที่เราชอบคือพิกเมนต์ค่อนข้างแน่น ทาปุ๊บเห็นสีปั๊บ แต่ยังเกลี่ยขอบให้ฟุ้งๆ ได้ ถ้าอยากได้ความนัวรห์แบบซอฟต์ๆ แนะนำแตะตรงกลางปากแล้วใช้นิ้วหรือแปรงค่อยๆ เบลนด์ออกไป จะได้ฟีล MLBB ฉ่ำๆ ไม่ดูเข้มจนเกินไป เฉดที่เห็นในรูป/ที่หลายคนตามหา: - #02 Burnt Pomelo: โทนส้มพีชอุ่นๆ ทาแล้วหน้าดูสดใส เหมาะกับวันสบายๆ - #04 Sassy Cacao: โทนน้ำตาลคาเคา ติดนู้ดนัวรห์ๆ เหมาะกับสายแต่งโทนละมุนหรือโทนฝอเบาๆ - #06 Mauve Disaster: โทนม่วงหม่นนิดๆ ให้ลุคผู้ดี ขับผิวและทำให้หน้าดูคมขึ้น เรื่องความติดทน: ถ้าเทียบกับทินท์แมตต์อาจไม่ “ทนตาย” เพราะความกลาสซี่จะหลุดตอนกินของมันๆ แต่ข้อดีคือพอความวาวหลุด ยังทิ้งสเตนสีไว้บางๆ ปากไม่ซีดทันที ทริคของเราคือ “ทาบางๆ 2 รอบ” รอบแรกทาแล้วรอเซ็ต 30–60 วินาที จากนั้นค่อยทาซ้ำเฉพาะกลางปาก จะได้ทั้งความฉ่ำและความติดทนขึ้น อีกอย่างที่ช่วยมากคือการเตรียมปาก: สครับเบาๆ หรือเช็ดขุยก่อน แล้วลงลิปบาล์มบางๆ (อย่าหนาจนเกิน) จะทำให้ทินท์เนียนและไม่ตกร่อง ถ้าวันไหนอยากลบให้เกลี้ยง เราลองใช้ Bye Girl Lip Tint Remover แล้วรู้สึกว่าลบง่ายขึ้นมาก โดยเฉพาะสีเข้มๆ แค่โปะทิ้งไว้แป๊บแล้วเช็ดออก สีไม่ฝังแน่นจนต้องถูแรง โดยรวมถ้ากำลังเล็ง “กลาสซี่ทินท์ลากลาส” และชอบโทนสีนัวรห์ๆ แนะนำให้ลองเลย โดยเฉพาะ #04 Sassy Cacao กับ #06 Mauve Disaster คือทาได้บ่อยมาก เข้ากับเมคอัพหลายลุคสุดๆ



































