เทคนิค Scalping มือใหม่ใช้ได้อัพเดท 2026

1. Support & Resistance Bounce + Rejection (คลาสสิกที่สุดสำหรับ scalping M5)

ราคาชอบเด้งออกจากแนวรับ/แนวต้านที่แข็งแรง (horizontal levels) โดยเฉพาะใน timeframe ต่ำ

วิธีตั้งกราฟ: ลบ indicator ทั้งหมด เหลือแต่แท่งเทียน + วาดเส้น S/R ด้วยมือ (จาก swing high/low ชัด ๆ บน M5 และเช็ค H1 เพื่อหา level สำคัญ)

กฎเข้า Long (ซื้อ):

-ราคาลงมาชน แนวรับ (support) ที่เคยเด้งมาก่อน 2–3 ครั้ง

-เกิด rejection ชัดเจน เช่น Pinbar หางยาวลง (wick rejection), Engulfing bullish, หรือแท่งเขียวแรงหลังแตะ support

-เข้า buy เมื่อแท่ง rejection ปิด (หรือ breakout เล็ก ๆ เหนือ high ของแท่ง rejection)

กฎเข้า Short (ขาย): ตรงข้าม — ราคาขึ้นชน resistance แล้ว rejection ลง (pinbar หางยาวขึ้น, bearish engulfing)

Stop Loss: วางใต้/เหนือ wick ของ rejection 5–10 pips (หรือใต้ swing low/high ล่าสุด)

Take Profit: 1:1.5 ถึง 1:2 (เช่น risk 10 pips → TP 15–20 pips) หรือเทรดถึง level ถัดไป

เหมาะกับ: XAUUSD ช่วง London–NY (16:00–01:00 น. ไทย) เพราะ volatility สูง + rejection ชัด

ทิป: อย่าเทรด level ที่เพิ่งวาดใหม่ ต้องเป็น level ที่ราคาเคย respect มาแล้ว

2. 5-Minute Opening Range Breakout (ORB) – เทคนิคเปิดตลาดแรงมาก

ใช้แท่งเทียน M5 แรกของ session (เช่น เปิด London หรือ NY) เป็น range แล้ว breakout

วิธี:

-รอแท่ง M5 แรกของ session หลัก (เช่น เปิด London 14:00 GMT หรือ NY 19:30 GMT)

-มาร์ก High และ Low ของแท่งนั้นเป็น range

-เข้า Long ถ้าราคา breakout เหนือ High ของ range + volume แรง (หรือแท่งใหญ่)

-เข้า Short ถ้า breakout ต่ำกว่า Low

Stop Loss: อีกฝั่งของ range (เช่น breakout ขึ้น → SL ใต้ Low ของ range)

Take Profit: 1:2 หรือเทรดถึง level S/R ถัดไป (มักได้ 20–50 pips ในตลาดดี)

เหมาะกับ: หุ้น US, indices (เช่น NAS100, US30) หรือ Forex major ช่วงเปิด session

ข้อควรระวัง: ถ้า range แคบมาก (<10 pips ใน Forex) อาจ fake breakout เยอะ ให้ข้าม

3. Pullback to Trendline หรือ Previous Candle High/Low

แนวคิด: เทรดตามเทรนด์ แต่เข้าแบบ pullback โดยใช้ price action ล้วน ๆ

วิธี:

-ดู trend บน H1 ก่อน (uptrend = ซื้ออย่างเดียว, downtrend = ขายอย่างเดียว)

-วาด trendline เชื่อม swing low (uptrend) หรือ swing high (downtrend)

-บน M5 รอราคา pullback มาชน trendline + เกิด rejection (pinbar, inside bar, engulfing)

-เข้าเมื่อราคาเด้งออกจาก trendline

หรือเวอร์ชั่นง่ายกว่า: รอ pullback มาชน high/low ของแท่งก่อนหน้า 2–3 แท่ง แล้วเด้งต่อ trend

SL: ใต้/เหนือ trendline หรือ wick rejection

TP: ตามโครงสร้าง (โครงสร้างสูงถัดไป หรือ 1:2)

เหมาะกับ: คู่ trending ดี เช่น GBPUSD, XAUUSD ใน session แข็ง

4. Double Doji หรือ Candlestick Reversal Cluster

เมื่อเห็น Doji หรือแท่งเล็ก ๆ หลายแท่งติดกัน แสดงว่าราคา indecisive แล้วตามด้วยแท่งใหญ่ reversal

กฎ:

-เห็น 2–3 Doji หรือ spinning top ติดกันใกล้ S/R หรือ trendline

-รอแท่ง breakout แรง (engulfing หรือ marubozu) ทะลุ high/low ของ cluster

-เข้า trade ตามทิศ breakout

SL: อีกฝั่งของ cluster

TP: 10–25 pips (scalping เน้นเร็ว)

#เทรดกับแว่น #เทรดเดอร์ #เทรด #การเงินการลงทุน #เทรดforex

2/5 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การเทรด Scalping ในตลาด XAUUSD และ Forex ผมขอแชร์เทคนิคง่ายๆ ที่มือใหม่ควรรู้เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไรอย่างสม่ำเสมอครับ 1. การตั้งกราฟและการวาดเส้น Support & Resistance ด้วยมือ มีความสำคัญมากกว่าการใช้ indicator อัตโนมัติ เพราะช่วยให้เราจับระดับราคาที่ตลาดให้ความสำคัญจริงๆ ซึ่งสังเกตได้จากการเด้งของแท่งเทียนบ่อยๆ จุดนี้ช่วยลดสัญญาณเท็จใน timeframe ต่ำอย่าง M5 2. การมองหา Pinbar หรือแท่งเทียน Rejection ที่มีหางยาวและปิดเหนือหรือใต้แนวรับ/ต้านเป็นสัญญาณกลับตัวที่ชัดเจนมาก ผมมักรอให้แท่งเทียนนั้นปิดสนิทก่อนเข้าเทรดเพื่อลดความเสี่ยง 3. เทคนิค Opening Range Breakout (ORB) ควรเลือกช่วงเวลาที่ตลาดมีแรงซื้อขายสูง เช่นช่วงเปิดตลาดลอนดอนหรือนิวยอร์ก เพราะช่วยหลีกเลี่ยง Fake Breakout ที่เกิดจากช่วงเวลาตลาดเงียบ 4. สำหรับเทคนิค Pullback to Trendline การเลือก trend ที่ชัดเจนบน H1 เป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราเทรดตามทิศทางหลักของราคาที่มีโอกาสสำเร็จสูงกว่า 5. Double Doji หรือกลุ่มแท่งเทียนเล็กๆ เป็นจุดที่บอกว่าตลาดกำลังลังเล ถ้าตามด้วยแท่งเทียนขนาดใหญ่ที่ breakout ราคาจะมีแรงผลักดันที่ชัดเจน เหมาะกับการ Scalping ที่ต้องการความรวดเร็ว ในเรื่องการบริหารความเสี่ยง ผมแนะนำให้ตั้ง Stop Loss อย่างเคร่งครัดใต้/เหนือ wick ของแท่ง rejection หรือโครงสร้างราคาเดิม และกำหนด Take Profit ที่เหมาะสมโดยยึดจาก risk-to-reward ratio อย่างน้อย 1:1.5 เพื่อรักษาสมดุลผลกำไรและขาดทุนในระยะยาว สุดท้าย การฝึกฝนในบัญชีทดลองก่อนลงสนามจริง และบันทึกประวัติการเทรดจะช่วยให้เราปรับปรุงวิธีการให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและนิสัยตัวเองได้ดีขึ้นครับ

ค้นหา ·
scalping เทรด