รีวิวน้ำหอมพรมายา ขึ้นชื่อเรื่องความทน‼️

✨น้ำหอม PORNMAYA เห็นผ่านตาใน social มานาน แต่ไม่เคยลอง วันก่อนไปเทสกลิ่นที่หน้าร้าน ฉีดแล้วเดินห้าง ทำธุระนู่นนี่ ผ่านไปเกือบครึ่งวัน กลับบ้านมากลิ่นยังอยู่!!😱 เกินไปมากกก ไม่ได้คาดหวังว่าน้ำหอมราคานี้จะทนได้ขนาดนี้ ตอนดึกเลยเอฟมา 2 ขวดรวด💸

💎Blue Lady (ตัวขายดีประจำร้าน)

กลิ่นเบอร์รี่พุ่งมากกก ฉีดฟื้ดนึงเหมือนวาร์ปไปอยู่ในสวนเบอร์รี่ 🫐🍓🍇หอมหวานสดใส น่ารักขี้เล่น ฉ่ำสะใจ แต่ยังแทรกความสดชื่นหรูหราไว้ เดินผ่านคือฟุ้งแรงมากกก ลมพัดทีเพื่อนถึงกับทัก ใครกินองุ่น กลิ่นไปทางโทนม่วงๆตระกูลเบอร์รี่แดง ตัวนี้เหมือนเกิดมาเพื่อสายหวาน เวลาฉีดก่อนออกจากบ้านกลิ่นลอยฟุ้งในอากาศอยู่นาน เดินไปไหนคนในบ้านจำกลิ่นนี้ได้หมด😂

💝Pink Sexy Girls

กลิ่นโทนเซ็กซี่ หวานแทรกเปรี้ยว แซ่บๆเท่ๆหน่อย กลิ่นจะแอบโต ให้ฟีลตัว top โรงเรียน🪽สวยมั่น สายฝอ เหมาะกับวัยมหาลัยหรือทำงานแล้ว ไปประชุม ดินเนอร์ เที่ยวกลางคืน หรืองานทางการคือเอาอยู่! ใครไม่ชอบน้ำหอมติดหวาน เชียร์ตัวนี้ หอมแบบมีคลาส ดูแพง ไม่เลี่ยน💃🏻

รู้สึกคุ้มราคาที่จ่ายมาก ฉีดไม่ต้องเยอะ แต่กลิ่นติดทนสุดดด พอพลิกดูที่กล่องถึงรู้ว่าเข้มข้นระดับ Perfume ถึงว่าทนมากๆ ยอมเลยย แถมราคาน่าคบ ตุนไว้เปลี่ยนลุคได้หลายกลิ่น แพคเกจดีไซน์มาหรูหราพรีเมี่ยม ขวดนึงใช้ได้นานแน่นอนน เพราะหัวน้ำหอมเค้าเข้มข้นกลิ่นชัดมากก ไม่ต้องฉีดเยอะก็หอมกระแทกจมูกแล้วว🫶🏻

💌แบรนด์: พรมายา

💵 ราคา: 390.-

❤️‍🔥เลเวลความแรงกลิ่น : 5/5 (ใครชอบสบายจมูก อ่อนๆ อาจจะฉีดน้อยๆหรือเว้นห่างตัวหน่อยน้าา จะได้ไม่ฉุน) เคยฉีดไปเจอคนแพ้น้ำหอม เค้าบอกกลิ่นแรงพุ่งมากก

#น้ำหอมพรมายา #PornmayaPerfume #รีวิวน้ำหอม #lemon8review #น้ําหอมแบรนด์ไทย

3/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามเราบ่อยว่า “น้ำหอมพรมายาแต่ละกลิ่นต่างกันยังไง” และ “น้ำหอมพรมายา ราคาเท่าไหร่/คุ้มไหม” เลยขอสรุปเป็นไกด์สั้นๆ จากประสบการณ์ที่ลองเทส + ใช้จริง เพื่อให้เลือกง่ายขึ้น (โดยเฉพาะใครที่ตามหาน้ำหอมรูปม้า/แบรนด์พรมายาในโซเชียล) 1) น้ำหอมพรมายา ราคา 390.- เหมาะกับใคร? ส่วนตัวเราว่าเหมาะกับคนที่อยากได้น้ำหอมฟีล “ฉีดนิดเดียวก็ฟุ้งไปทั่ว” และชอบความติดทนแบบน้ำหอมเข้มข้นระดับ Perfume มากกว่าสายกลิ่นบางๆ เบาๆ ถ้าปกติคุณชอบแนวสะอาดสบายจมูก (skin scent) อาจต้องปรับจำนวนสเปรย์ให้เบามือหน่อย จะได้ไม่ฉุนคนรอบข้าง 2) เลือกกลิ่นไหนดี: Blue Lady vs Pink Sexy Girls - Blue Lady: โทนฟรุตตี้-เบอร์รี่ชัดมาก เหมือนยกเบอร์รี่มาทั้งสวน หวานฉ่ำ สดใส ขี้เล่น ฟีลน่ารัก แต่ความฟุ้งคือเด่น ใครอยากได้กลิ่นที่คนทักง่ายๆ ตัวนี้ตอบโจทย์มาก เหมาะกับเดทกลางวัน ไปคาเฟ่ ไปเรียน หรือวันที่อยากดูละมุนๆ - Pink Sexy Girls: จะโตขึ้นและมีความ “หอมแบบผู้ดี” มากกว่า หวานแต่แอบเปรี้ยว/แซ่บนิดๆ ฟีลสาวมั่น ใส่ไปประชุม ดินเนอร์ งานทางการ หรือเที่ยวกลางคืนคือเอาอยู่ ถ้าคุณไม่ชอบหวานเลี่ยน แนะนำเริ่มลองจากตัวนี้ 3) ทริคฉีดน้ำหอมพรมายาให้ติดทนแต่ไม่แรงเกิน - ฉีด 1–2 สเปรย์พอ โดยเน้น “จุดชีพจร” เช่น หลังหู/ท้ายทอย/ข้อมือ (อย่าถูข้อมือแรงๆ เพราะบางทีทำให้กลิ่นเพี้ยน) - ถ้ากลัวฟุ้งเกิน ให้ฉีดบนเสื้อ 1 สเปรย์ห่างๆ หรือฉีด “อากาศแล้วเดินผ่าน” จะซอฟต์ลง - วันที่อยู่ห้องแอร์ทั้งวัน เรารู้สึกว่ากลิ่นอยู่ทนขึ้นและฟุ้งแบบพอดี แต่ถ้าวันร้อนจัด/เหงื่อเยอะ ให้ลดจำนวนสเปรย์ 4) ก่อนซื้อออนไลน์ควรเช็กอะไรบ้าง? ถ้าคุณกำลังจะสั่ง “น้ําหอม พรมายา” ออนไลน์ แนะนำดูชื่อกลิ่นให้ตรง (Blue Lady / Pink Sexy Girls) และเช็กรีวิวเรื่องโทนกลิ่นที่คุณชอบ เพราะแบรนด์นี้แนวฟุ้งชัด ถ้าเป็นสายแพ้น้ำหอมง่าย ให้เริ่มจากฉีดน้อยๆ และเว้นระยะห่างตัว โดยรวมเราว่าราคาน่าคบมากสำหรับความเข้มข้นและความทน ใครลังเลเรื่อง “น้ำหอมพรมายา แต่ละกลิ่น” ให้ยึดจากโอกาสใช้งาน: อยากสดใสหวานฟรุตตี้เลือก Blue Lady, อยากหรูๆ เซ็กซี่แบบโตๆ เลือก Pink Sexy Girls

ค้นหา ·
รีวิวน้ำหอมพรมมายา