สำหรับทุกคนที่ลูกกำลังจะเข้าโรงเรียน..
โปรดติดตาม #คู่มือส่งลูกไปโรงเรียน101
จัดทำโดยคุณแม่ลูกสาม ที่ลูกร้องไห้ฉ่ำทั้งสามคน แบบไม่เกรงใจใคร 😂🤣😂🤣😂 ถามว่าข้อมูลมีประโยชน์กับคนอื่นมั้ย ก็ต้องตอบว่ายังไม่ชัววววร์ 555555555555555 แต่รับรองว่าได้เอาไปปรับใช้ไม่มากกก็น้อยแน่นอนค๊าาาา
Stepที่ 1 : จากร้องไห้ทิ้งตัวลงไปกองอยู่ที่พื้น และดิ้นถีบขา --> สู่การร้องไห้แบบนิ่งๆ ไม่ ดิ้น ไม่ถีบ!!!
ทุกเรื่องราวไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญนะคะ
เชื่อหม่าม๊า..เพราะหม่าม๊าบรีฟมา 😉✌🏻
การที่ลูกจะต้องเริ่มเข้าโรงเรียนถือเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเด็กและผู้ปกครองหลายคนเหมือนกันค่ะ จากที่เคยอยู่บ้าน กิน ดื่ม และเล่นได้อย่างอิสระ ตอนนี้ต้องมีเวลาเดินทาง เช็คสิ่งของให้พร้อม และเจอเพื่อนใหม่ รวมถึงคุณครูที่ยังไม่คุ้นเคย ในฐานะที่เป็นคุณแม่ลูกสาม เห็นลูกทุกคนมีปฏิกิริยาและอารมณ์แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่พบเหมือนกันคือช่วงแรกมักจะมีอาการร้องไห้หนัก บางคนถึงขั้นทิ้งตัวกองกับพื้นหรือดิ้นถีบ ซึ่งเป็นธรรมชาติที่ลูกแสดงออกว่ากำลังกังวลและกลัวสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ สิ่งที่ช่วยได้จริงๆ คือการเตรียมใจให้ลูกก่อนวันเข้าเรียนจริง เช่น พูดคุยเรื่องโรงเรียน ทำความรู้จักกับอุปกรณ์การเรียน หรือไปเดินดูโรงเรียนด้วยกันให้คุ้นเคยก่อน นอกจากนี้ การส่งลูกด้วยใจสงบและมั่นใจ จะช่วยให้ลูกรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ สังเกตอาการลูกว่าตกใจหรือตื่นเต้นเกินไป ไม่เป็นไรถ้าลูกร้องไห้แบบนิ่งๆ โดยไม่ดิ้นหรือถีบ เพราะแสดงว่าลูกกำลังเริ่มปรับอารมณ์และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แล้วค่ะ สำหรับคุณแม่ท่านใดที่กลัวว่าลูกจะร้องไห้อย่างหนักหรือยากต่อการปลอบ อยากให้ลองอ่าน #คู่มือส่งลูกไปโรงเรียน101 ที่รวบรวมประสบการณ์จริงมาแบ่งปันค่ะ เพราะทุกเรื่องราวไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยบังเอิญ และข้อมูลแน่นอนว่าจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่เข้าใจและเตรียมพร้อมมากขึ้น













