看護師の嗅覚から自宅で寝る看護師まで🥹
こんにちは友人、🥰これは私たちの最初の投稿です。私は私たちの「看護をやめる」経験を共有したいと思います。
辞任、🩺✨
看護師から自宅で寝ている看護師(仮55 5)
これは長年の努力の後の大きな決断です。
まだ職業を愛していますが、今は休みたい、自分のための新しい道を見つけたいです。🌱
私たちは勉強していて、苗の助成金をもらいまし💚
私たちは常に「辞任は後退ではなく、選択の道を進む一歩である」と信じてきました。
主な理由は、心身の健康です。私たちは疲れていて、毒になると感じ始めます。
私はそのようになりたくなかったので、再び幸せになるために自分と一緒にいることを選びました。🙂
実は給料が残念です。💸しかし、あなたが自分のために正しいものを選ばなければそれを後悔するでしょう。
看護師がどのように鼻をすするのか、または緑のマスクの後の給料/生活について尋ねたいのは誰ですか?尋ねることができます。🩺✨
หลายคนทักมาถามคำเดียวเลยว่า “พยาบาลดมยา” หรือ “วิสัญญีพยาบาล” จริงๆ ทำอะไรบ้างในห้องผ่าตัด เพราะในภาพมันดูเหมือนแค่ยืนเฝ้าคนไข้ แต่ความจริงรายละเอียดเยอะมาก และความรับผิดชอบค่อนข้างหนักค่ะ ในวันทำงานปกติ เราจะเริ่มตั้งแต่เตรียมห้องผ่าตัดและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับการให้ยาสลบ/การดูแลทางเดินหายใจ เช่น เครื่องดมยา เครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจน ชุดใส่ท่อช่วยหายใจ อุปกรณ์ดูดเสมหะ รวมถึงการเช็กยาที่ต้องใช้ (ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวด ยาฉุกเฉิน) ให้พร้อมเสมอ จุดสำคัญคือ “ความปลอดภัย” ต้องเช็กซ้ำๆ เพราะถ้าพลาดมันกระทบคนไข้ทันที ช่วงก่อนผ่าตัด เรามักได้เจอคนไข้เพื่อประเมินเบื้องต้นร่วมกับทีมวิสัญญี เช่น ประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว การอดน้ำอดอาหาร ฟันหลวม/ทางเดินหายใจยาก ฯลฯ แล้วระหว่างผ่าตัดก็ต้องเฝ้าดูสัญญาณชีพตลอดเวลา—ความดัน ชีพจร ออกซิเจน CO2 อุณหภูมิ—รวมถึงช่วยแพทย์วิสัญญีในการจัดท่าหรือแก้เหตุฉุกเฉิน เช่น ความดันตก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เลือดออกมาก หรือคนไข้หายใจลำบาก บางเคสทำให้เราแทบไม่ได้ “นั่งพักจริงๆ” เลยค่ะ สิ่งที่หลายคนไม่เห็นคือเรื่อง “เวร” และ “การถูกเรียกฉุกเฉิน” ต่อให้เป็นวันหยุด/หลังเลิกงาน ถ้ามีเคสด่วนก็อาจโดนเรียกให้ไปห้องผ่าตัดตั้งแต่เช้ามืดหรือดึกมากๆ ได้เลย พอสะสมไปนานๆ การนอนพัง ชีวิตไม่เป็นเวลา ยิ่งใครเรียนต่อควบคู่ (อย่างเราเรียนโทไปด้วย) จะยิ่งรู้สึกว่าร่างกายหมดแรงไวมาก เรื่องเงินเดือนที่คนชอบค้นหา (เห็นในภาพมีพูดถึง 60k–100k) ขอเล่าแบบเข้าใจง่ายว่าโดยมาก “รายได้รวม” มาจากหลายส่วน เช่น เงินเดือนพื้นฐาน + ค่าตอบแทนเวร/OT + ค่าเฉพาะทาง/ค่าตำแหน่ง (แล้วแต่หน่วยงาน) ดังนั้นตัวเลขจะขึ้นกับจำนวนเวร ความหนักของงาน และระบบของโรงพยาบาลนั้นๆ ซึ่งแลกมากับเวลาพักที่น้อยและความเครียดสูงจริงๆ สุดท้ายเหตุผลที่เราตัดสินใจลาออก ไม่ได้เกลียดวิชาชีพนะคะ ยังรักงานในห้องผ่าตัดเหมือนเดิม แต่สุขภาพกายใจมันฟ้องชัดมาก—พักผ่อนไม่พอ เครียดสะสม เหนื่อยจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะกลายเป็นคน toxic ใส่คนรอบข้าง พอถึงจุดหนึ่งเลยเลือกหยุดก่อนเพื่อ “รักษาตัวเอง” และค่อยหาทางไปต่อแบบที่เราไหวกว่าเดิม ถ้าใครกำลังเป็นพยาบาลดมยาแล้วรู้สึกหมดไฟ ลองเช็กตัวเอง 3 อย่างนี้ค่ะ: นอนพอไหม (คุณภาพการนอนสำคัญมาก), ร่างกายมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง (ปวดหัวเรื้อรัง ประจำเดือนเพี้ยน เลือดกำเดาไหล เหนื่อยง่าย), และใจยังไหวไหมเวลาเจอเคสหนักๆ ถ้าเริ่มไม่ไหว อย่ารอให้พังก่อนค่อยหยุดนะคะ




