หลายครั้งความรู้สึก "นอยด์" ที่เกิดขึ้นตอนเราไถหน้าจอมือถือ เห็นเพื่อนร่วมรุ่นเปิดธุรกิจใหม่ เห็นคนรู้จักเพิ่งถอยรถคันโต หรือเห็นใครบางคนทำโปรเจกต์ที่เราเคยแค่ "คิด" ไว้ในหัวจนสำเร็จ

ภาพความสำเร็จของคนอื่นในโซเชียล มักจะทำให้เราเผลอตั้งคำถามกับก้าวเดินของตัวเอง จนรู้สึกว่าโลกนี้กำลังทิ้งเราไว้ข้างหลัง

ถ้ากำลังรู้สึกแบบนี้... อยากบอกว่าคุณไม่ได้แปลก อ่อนแอ และมันไม่ได้แปลว่าคุณก้าวหน้าไม่ทันคนอื่นด้วย แต่มันคือกลไกปกติของสมองที่เรียกว่า "การกลัวที่จะพลาด" (FOMO)

สมองเราถูกออกแบบมาให้จับ”สัญญาณความผิดพลาด” หรือสิ่งที่คนอื่นมีแต่เราไม่มี เพื่อให้เราตื่นตัวและอยู่รอดมาตั้งแต่ยุคโบราณ

แต่ในยุคที่เราเห็น "ไฮไลท์" ชีวิตคนอื่นตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ กลไกนี้เลยทำงานหนักเกินไป จนทำให้เรามองข้าม "จังหวะของตัวเอง" แล้วเอาความสำเร็จของคนอื่นมาเป็นไม้บรรทัดวัดค่าตัวเอง

ความจริงคือ... ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราช้า แต่อาจเพราะเรายังไม่มี "หลักยึด" ที่มั่นคงพอว่าตอนนี้เรากำลังไปทางไหน

หากเราชัดเจนกับเป้าหมายของตัวเอง สิ่งที่คนอื่นทำ... จะกลายเป็นแค่ "ข้อมูล" ไม่ใช่ "แรงกดดัน" อีกต่อไป

ความสำเร็จไม่มีสูตรสำเร็จเรื่องเวลา ไม่ต้องวิ่งตามจังหวะใคร... อย่าลืมกลับมาภูมิใจกับทุกๆก้าวของตัวเองกันด้วยนะ

#FOMO #พัฒนาตัวเอง #พลังบวก #เป้าหมายชีวิต #MentalHealth

5 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเคยรู้สึกไหมว่าขณะที่เราติดตามข่าวสารหรือโพสต์ต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย ความรู้สึกนอยด์หรือ 'กลัวที่จะพลาด' (FOMO) ถาโถมเข้ามาอย่างแรง จนเกิดคำถามในใจว่า "ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่?" หรือ "ทำไมเราถึงเดินช้ากว่าคนอื่นจัง?" สำหรับผมเองช่วงหนึ่งเคยประสบกับความรู้สึกแบบนี้บ่อยครั้งมาก เมื่อเห็นเพื่อนหรือคนรู้จักประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มธุรกิจใหม่ การซื้อรถหรู หรือการทำโปรเจกต์ที่เคยคิดไว้แต่ไม่เคยลงมือทำ กลายเป็นว่าเราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นจนรู้สึกกดดันและมีความไม่พอใจในตัวเองขึ้นมา แต่จากประสบการณ์ ผมพบว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการมี "หลักยึด" ที่มั่นคง คือการรู้ชัดเจนว่าตัวเองต้องการอะไร เป้าหมายอะไรที่เราอยากไปให้ถึง เมื่อเรามีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอน เราก็จะสามารถมองเห็นความสำเร็จของคนอื่นในโซเชียลเป็นแค่ข้อมูลหรือแรงบันดาลใจ แทนที่จะเป็นแรงกดดันที่ทำให้รู้สึกแย่ เพราะในความจริงแล้ว ความสำเร็จของแต่ละคนมีจังหวะและเส้นทางที่แตกต่างกัน ไม่มีใครเดินตามกันได้เป๊ะๆ จึงอยากให้ทุกคนกลับมาภูมิใจกับทุกก้าวที่ตัวเองเดิน และเข้าใจว่า FOMO เป็นเพียงกลไกปกติของสมองที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้เราตื่นตัว แต่หากเราปล่อยให้มันควบคุม ความสุขและสุขภาพจิตก็จะถูกทำลายได้ ดังนั้นผมแนะนำให้ลองใช้เวลาทบทวนเป้าหมายของตัวเอง ตั้งจุดยืนให้ชัด และระลึกเสมอว่าความสำเร็จไม่มีสูตรสำเร็จเรื่องเวลา อย่าวิ่งตามใคร อย่าวัดคุณค่าของตัวเองด้วยความสำเร็จของคนอื่น เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีสุขภาพใจที่เข้มแข็ง และก้าวไปข้างหน้าในจังหวะของตัวเองได้อย่างเต็มที่