สั่ง Starbucks ที่ญี่ปุ่นต่างกับไทยยังไง?
เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นมีการเก็บภาษีบริโภค
จุดต่างกับไทย❗️
- หากทานในร้านจะคิดภาษี 10% สั่งกลับบ้านคิดภาษี 8%
- เราสั่งทานในร้านพนักงานเลยเสริฟ์เป็นแก้วพลาสติก
🤔แต่เรายังสงสัยว่าถ้าสั่งทานในร้านแบบขอเป็น
แก้วกระดาษได้ไหม เผื่อกินไม่หมดจะได้ถือกลับได้
เพื่อนๆคนไหนรู้ มาแชร์กันได้นะ🥹
เมื่อได้ลองสั่ง Starbucks ที่ประเทศญี่ปุ่นจริง ๆ พบว่าระบบภาษีที่นี่กับบ้านเราแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยที่ญี่ปุ่นจะคิดภาษีแยกเป็นสองอัตราคือ 10% สำหรับทานที่ร้าน และ 8% สำหรับซื้อกลับบ้าน ซึ่งเรื่องนี้ชัดเจนกว่าที่ไทยที่มักคิดราคาครบ ๆ เลยโดยไม่แบ่งแยกภาษีแบบนี้ ทำให้ลูกค้าต้องเลือกว่าจะทานที่ร้านหรือเอากลับบ้านตั้งแต่ตอนสั่ง อีกข้อสังเกตที่ทำให้รู้สึกต่างคือเวลาสั่งทานในร้าน พนักงานญี่ปุ่นจะเสิร์ฟให้ในแก้วพลาสติกแทนแก้วกระดาษเหมือนที่ไทย ส่วนตัวลองถามกับพนักงานดูว่าได้ขอเปลี่ยนเป็นแก้วกระดาษหรือไม่ ซึ่งยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่าอนุญาตหรือไม่ แต่สำหรับคนที่ต้องการลดขยะหรือต้องการพกกลับ แก้วกระดาษน่าจะสะดวกมากกว่า นอกจากนี้ การเลือกเมนูและขนาดที่ Starbucks ญี่ปุ่นก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ตัวอย่างเมนูที่เห็นในร้านมีให้เลือกแบบ Hot หรือ Iced พร้อมกับนมทางเลือกเช่น นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง และนมโอ๊ต ซึ่งค่อนข้างตอบโจทย์ผู้ที่รักสุขภาพหรือมีข้อจำกัดทางอาหาร อีกทั้งราคาก็มีการบอกไว้อย่างชัดเจนในเมนู ทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น จากประสบการณ์นี้ การสั่ง Starbucks ที่ญี่ปุ่นจึงต้องเตรียมใจเรื่องภาษีและบรรจุภัณฑ์ที่ต่างจากที่ไทย หากได้ลองใช้บริการจะช่วยเปิดมุมมองในวิธีบริการและการจัดการภาษีที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมการใช้แก้วและพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ด้วย ถ้าใครมีประสบการณ์หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการขอแก้วกระดาษที่สาขาญี่ปุ่น สามารถมาแชร์กันได้ การแบ่งปันข้อมูลแบบนี้จะช่วยให้ทุกคนรู้จักและเตรียมความพร้อมได้ดีขึ้นเวลามาใช้บริการ Starbucks ที่ญี่ปุ่น





