Automatically translated.View original post

🍒✨Decided, I'll open a coffee shop. 🥰

What exactly does a cafe sell?!?!

☕️ coffee shop that "sells the owner" in the coffee shop that sells the shopkeeper is a fun talker, the atmosphere is often full of laughter, people are always willing to talk to the shopkeeper. Customers who have already entered the store can immediately greet the shopkeeper. Customers often feel proud to be special.

☕️ a coffee shop that sells coffee, just by opening the door, the strong aroma of coffee floats in its face, so that it can hold its breath, and the smell can stimulate its customers' taste buds in a second. The owner of this shop may be a barista who won awards at national coffee competitions, specializing in extracting coffee, or roasting coffee beans himself in the store, which gives the coffee its distinctive point.

☕️ "selling atmosphere" coffee shops with a unique atmosphere can attract people to visit, take pictures, store exotic experiences and drink a cup of coffee. In cafes there is a special atmosphere, young people often come to pose for pictures or set up live. Moreover, it can become a special venue.

Find your own identity. See you? Who's like? 🥰😌😙

# Want to open a coffee shop # Books # Decided I'll open a coffee shop

1/21 Edited to

... Read moreหลังอ่าน “ตัดสินใจแล้ว ฉันจะเปิดร้านกาแฟ” สิ่งที่โดนใจที่สุดคือคำถามเดียวที่เหมือนปลุกให้ตื่น: ร้านกาแฟของเราจริง ๆ “ขายอะไร” กันแน่?! เพราะถ้ายังตอบไม่ได้ เวลาเริ่มทำเมนู ตกแต่งร้าน หรือทำการตลาด มักจะหลงทางง่ายมาก ฉันลองสรุปเป็นเช็กลิสต์แบบใช้งานได้จริง (เผื่อใครค้นหาหนังสือเล่มนี้แล้วอยากเอาไปต่อยอดทันที) 1) ถ้าร้านคุณ “ขายเจ้าของ” - จุดแข็งคือความเป็นกันเอง การคุยสนุก การจำลูกค้าได้ - สิ่งที่ควรเตรียม: สคริปต์ทักทาย/แนะนำเมนูแบบไม่ขายเกินจริง, สมุดจดชื่อ-ความชอบลูกค้าประจำ, มุมเคาน์เตอร์ที่คุยกันง่าย - ตัวชี้วัดง่าย ๆ: ลูกค้ากลับมาเพราะ “คิดถึงบรรยากาศเวลาคุย” มากกว่ารสชาติกาแฟ - ระวัง: ถ้าเจ้าของไม่อยู่ ร้านอาจดรอป ควรฝึกทีมให้โทนเดียวกัน 2) ถ้าร้านคุณ “ขายกาแฟ” - โฟกัสคือคุณภาพเมล็ด การสกัด กลิ่นหอม และความสม่ำเสมอ - สิ่งที่ควรเตรียม: เลือกเมล็ดหลัก 1–2 โปรไฟล์ให้ชัด, ทำสูตรมาตรฐาน (gram/เวลา/อุณหภูมิ), เทสต์ช็อตทุกเช้า, สื่อสารเรื่องเมล็ดให้เข้าใจง่าย - เพิ่มความน่าเชื่อถือแบบไม่ต้องอวด: เล่าเรื่องแหล่งที่มา/การคั่ว/โน้ตรสชาติสั้น ๆ หน้าบาร์ - ระวัง: ลูกค้าทั่วไปอาจเลือกจาก “เมนูที่คุ้นเคย” ควรมีเมนูเบสิกที่อร่อยชัวร์ด้วย 3) ถ้าร้านคุณ “ขายบรรยากาศ” (พื้นที่ที่สาม) - ร้านกลายเป็นพื้นที่พักใจ ทำงาน นัดเพื่อน ถ่ายรูป หรือจัดกิจกรรมเล็ก ๆ - สิ่งที่ควรเตรียม: แสงดี มุมถ่ายรูป, ปลั๊ก/ไวไฟ, ที่นั่งหลายแบบ, เพลงไม่ดังเกิน, กลิ่นในร้าน (กาแฟ/เบเกอรี่) ให้จำได้ - ไอเดียเพิ่มรายได้: ทำเซ็ตเครื่องดื่ม+ขนม, จัดเวิร์กช็อปเล็ก ๆ วันหยุด - ระวัง: ถ้าคนมาถ่ายรูปเยอะ ต้องวาง flow การสั่ง-รับเครื่องดื่มไม่ให้ติดขัด วิธีหาคำตอบว่าคุณเหมาะกับแบบไหน ฉันใช้คำถาม 3 ข้อนี้: - ถ้าเอาร้านออกไป เหลือแค่ “เรา” ลูกค้าจะยังอยากมาหาไหม? (ขายเจ้าของ) - ถ้าปิดตาชิม ลูกค้าจำได้ไหมว่านี่คือร้านเรา? (ขายกาแฟ) - ถ้าไม่สั่งกาแฟ ลูกค้ายังอยากนั่งอยู่ไหม? (ขายบรรยากาศ) สุดท้ายไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ข้อเดียว แต่ควรมี “แกนหลัก” 1 อย่าง แล้วค่อยเสริมอีก 1 อย่างแบบพอดี ๆ จะทำให้ร้านชัด จำง่าย และสื่อสารการตลาดได้ตรงกว่า ใครอ่านเล่มนี้แล้วรู้สึกเหมือนกันบ้างว่าแค่คำถามเดียวก็ทำให้มองการเปิดร้านกาแฟเป็นระบบขึ้นมาก?