First jobber ลาออกตั้งแต่วันแรก🥹
จริงๆถามว่าอยากลาออกไหม ก็ไม่เพราะก็กลัวที่บ้านจะผิดหวังกลัวเขาไม่เข้าใจ แต่ปรากฎว่าทักหาแม่แม่บอกออกเลยลูก แม่เข้าใจ ไม่ผิดหวัง เดี๋ยวแม่รอที่ร้านข้าวหน้าที่ทำงานนะ จริงๆงานโอเคเงินโอเคเลยแหละสำหรับFirst jobแต่Hrไม่ยอมพูดตรงๆตอนไปสัมได้รู้สโคปงานแล้วเราเลยบอกว่าจะไม่เอาเพราะไม่ตรงสาย(งานแรกอยากลองทำที่มันตรงสายก่อน) Hrบอกมันตรงเชื่อพี่มีแผนกที่ตรงอยู่เดี๋ยวพี่ให้เราไปแผนกนั้น พอมาทำงานวันแรกเราก็เริ่มงงละ ทำไมไม่พาไปดูแผนกที่บอกจะให้อยู่ สักพักสแกนนิ้วเสร็จให้เราไปอยู่อีกแผนกนึง พี่เลี้ยงถามเราจบไรมาเราบอกไฟฟ้าเขาบอกเอ้าทำไมได้อยู่ตรงนี้ เราก็ทำงานต่อนะตั้งใจเรียนรู้จนทำเสร็จไปหลายชิ้น จนHrอีกคนเดินมาเราก็บอกว่าพี่ ผมต้องอยู่แผนกนี้หรอย้ายได้ไหม เขาเลยพาไปคุยกะอีกคนที่เป็นฟีลหัวหน้า เขาก็แบบ ปฎิเสธที่จะไม่คุยอะละบอกให้รอๆให้ทำๆไปก่อน เราเลยทำจนใกล้เลิกงานแล้วทักไปลาออกเลยตอนลาออกเราบอกว่าถ้าพี่พูดตรงๆผมทำต่อนะแต่แบบนี้มันหลอกกันตั้งแต่ต้นพี่เป็นคนยื้อผมให้มาผมก็มาแต่มาทำงี้ผมก็ไม่อยากฝืนต่อ พอฝืนต่อได้แบกภาระหนักขึ้นถ้าหากลาออกตอนนั้นพี่ก็ต้องฟรีซงานไว้รอคนใหม่สู้ผมลาออกตอนนี้ให้คนที่อยากทำมาทำดีกว่า #firstjobber #firstjob
การเริ่มต้นทำงานแรกหลังเรียนจบมักเต็มไปด้วยความคาดหวังและความตื่นเต้น แต่ก็ไม่แปลกหากบางครั้งเราอาจพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในตำแหน่งงานที่ตรงกับสายที่อยากทำจริงๆ เหมือนอย่างกรณีของ First jobber คนนี้ที่เจอปัญหา HR ไม่ชัดเจนเรื่องสโคปงานและตำแหน่งจริง ๆ ที่จะได้ทำจริง ทำให้รู้สึกงงและไม่มีความสุขกับการทำงานตั้งแต่วันแรก เหตุผลสำคัญที่คนรุ่นใหม่เริ่มต้นงานแล้วลาออกเร็ว อาจมาจากปัจจัยหลายด้าน เช่น ขาดการสื่อสารที่ชัดเจนจากองค์กร ความไม่ตรงกับความถนัดหรือความชอบส่วนตัว และการดูแลพนักงานที่อาจขาดความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้จิตใจเครียดและไม่อยากฝืนทำงานไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและอนาคตในสายอาชีพ จากประสบการณ์นี้ เราจะเห็นได้ว่าการพูดคุยตรงไปตรงมากับ HR หรือหัวหน้างานตั้งแต่ต้น ในเรื่องของขอบเขตงานและแผนกที่ทำเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและช่วยให้พนักงานรู้สึกมั่นใจและเต็มใจที่จะมุ่งมั่นกับงานที่ทำ นอกจากนี้ยังเป็นบทเรียนให้กับหลาย ๆ คนที่กำลังจะเริ่มทำงาน ว่าควรตั้งคำถามและพูดคุยอย่างเปิดเผยถึงสิ่งที่คาดหวังและความต้องการของตัวเอง เพื่อหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมที่สุด และหากรู้สึกไม่ใช่ก็อย่ากลัวที่จะตัดสินใจเปลี่ยนแปลงก่อนที่จะเสียเวลาและพลังงานไปมากกว่านี้ ท้ายที่สุดแล้ว การฟังเสียงตัวเองและความรู้สึกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างเส้นทางการทำงานที่ดีในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเพราะความกดดันหรือความคาดหวังจากคนรอบข้างเท่านั้น การดูแลตัวเองทั้งในเรื่องจิตใจและความสุขกับการทำงาน จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราเติบโตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคงและมีเป้าหมายที่ชัดเจน

ดีแล้วฮะ แล้วจะหางานใหม่ด้วยมั้ย หรือว่าพักใจก่อน