ไขความลับ ทำไมคนทั้งโลกต้องจ่ายค่า iPhone แพงกว่าอเมริกา และความเสี่ยงที่คนชอบหิ้วต้องรู้

ไขความลับ ทำไมคนทั้งโลกต้องจ่ายค่า iPhone แพงกว่าอเมริกา และความเสี่ยงที่คนชอบหิ้วต้องรู้

เคยสงสัยไหม ทำไมคนทั้งโลกต้องจ่ายค่าไอโฟนแพงกว่าอเมริกา ใครที่บ่นว่าแพงแล้ว ลองไปดูประเทศอื่นกันก่อน

อย่าง iPhone 17 Pro ความจุ 256GB ที่อเมริกาตั้งราคาโปรโมทไว้ที่ 1,099 ดอลลาร์ แต่ที่ตุรกีกับบราซิล ราคาพุ่งไปเกิน 2,200 ดอลลาร์ แพงกว่ากันเกินสองเท่า ยุโรปอย่างอังกฤษหรือฮังการี ราคาก็ดีดไปถึง 1,400 ถึง 1,700 ดอลลาร์

ทำไม Apple ถึงตั้งราคาไม่เท่ากันทั่วโลก คำตอบแรกเลยคือเรื่องของภาษี

ราคา 1,099 ดอลลาร์ที่เห็นในอเมริกาคือราคาก่อนรวมภาษีการขาย ซึ่งแต่ละรัฐเก็บไม่เท่ากัน แต่ในหลายประเทศทั่วโลก ราคาที่โชว์คือราคาสุทธิที่บวก VAT ไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ Apple ยังต้องบวกต้นทุนเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ภาษีนำเข้า และเป้าหมายกำไรในแต่ละตลาดเข้าไปด้วย

ถ้าฟังแบบนี้ บินไปหิ้วเครื่องจากอเมริกาเลยจะคุ้มกว่าไหม

ฟังดูเหมือนจะได้เปรียบนะ เพราะได้รุ่น Pro ในราคาถูกกว่า แต่มี 3 เรื่องสำคัญที่คนอยากหิ้วต้องรู้ไว้ก่อน

ข้อแรก iPhone ที่ขายในอเมริกาตอนนี้เป็น eSIM ล้วน ไม่มีช่องใส่ซิมการ์ดมาให้แล้ว ต้องเช็กให้ชัวร์ว่าค่ายมือถือที่เราใช้รองรับหรือเปล่า

ข้อสอง ขากลับอาจจะโดนเรียกเก็บภาษีนำเข้าที่สนามบิน พอบวกไปมาอาจจะไม่ได้ถูกอย่างที่คิด

และข้อสาม สำคัญสุด ประกันของ Apple เป็นแบบอิงตามภูมิภาค ซื้ออเมริกาถ้าเครื่องมีปัญหา อาจจะส่งเคลมฟรีแบบมาตรฐานในบ้านเราไม่ได้ และต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แถมมีข่าวลือว่า iPhone 18 ที่กำลังจะมา อาจปรับราคาขึ้นอีกจากปัญหาชิปขาดแคลน งานนี้ใครเล็งเครื่องหิ้วเพื่อประหยัดงบ ลองชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียกันให้ดีก่อนจ่ายเงิน

#ข่าวไอที #ราคาไอโฟน #ซื้อไอโฟน #ทริคไอที #เครื่องหิ้ว #เทคโนโลยี

6/29 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากที่ได้อ่านบทความเกี่ยวกับราคาของ iPhone ที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศและความเสี่ยงของการซื้อเครื่องหิ้วจากอเมริกาแล้ว ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวว่าเรื่องนี้ไม่ได้แค่เรื่องของราคาที่ดูถูกใจเท่านั้น แต่มีรายละเอียดอื่นๆ ที่คนอยากซื้อเครื่องหิ้วควรต้องรู้จริงๆ อย่างแรกที่ผมเจอก็คือเรื่องของ eSIM ที่ iPhone รุ่นใหม่ในอเมริกาจะไม่มีช่องใส่ซิมการ์ดแบบเดิม ซึ่งสำหรับผู้ใช้ในไทยบางทีก็ยังไม่รองรับ eSIM กับทุกเครือข่ายโทรศัพท์ จึงจำเป็นต้องศึกษาให้ดีว่าค่ายมือถือที่เราใช้รองรับไหม เพราะถ้าไม่รองรับ ก็อาจจะทำให้ใช้งานไม่ได้หรือยุ่งยากมากขึ้น เรื่องที่สองคือภาษีนำเข้า เมื่อเดินทางกลับเข้าประเทศไทย เครื่องที่ซื้อมาจากต่างประเทศอาจถูกเจ้าหน้าที่เรียกเก็บภาษีเพิ่ม แม้จะได้เครื่องราคาถูกจากอเมริกา แต่พอสรุปรวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็อาจจะเกือบเท่ากับราคาขายในไทย ทำให้ประหยัดเงินน้อยกว่าที่คิด ส่วนสำคัญที่สุดซึ่งหลายคนอาจมองข้ามคือเรื่องของการรับประกันสินค้า Apple จะให้การรับประกันแยกตามภูมิภาค ถ้าซื้อจากอเมริกาเมื่อมีปัญหาเครื่อง อาจจะไม่สามารถนำมาตรวจซ่อมหรือเคลมได้ฟรีที่ประเทศไทยเหมือนกับเครื่องที่ซื้อในไทย และถ้าต้องส่งซ่อมอาจจะเสียค่าขนส่งหรือค่าบริการเพิ่มเติมที่สูง นอกจากนี้ ยังมีเรื่องข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 18 ที่ราคาอาจจะปรับสูงขึ้นจากปัญหาชิปขาดแคลน ซึ่งทำให้ใครที่วางแผนจะหิ้วเครื่องจากต่างประเทศเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องชั่งใจในเรื่องนี้ให้ดี สรุปเลยคือการซื้อ iPhone จากอเมริกาอาจจะดูเหมือนราคาถูกแต่ก็มีข้อจำกัดและความเสี่ยงหลายอย่างที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่คุ้มค่ารวมถึงความสบายใจในเรื่องบริการหลังการขายด้วยครับ