5สิ่งในบ้านที่มีแล้วปวดหัว

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์จริงที่เจอในบ้าน สิ่งที่มีแล้วทำให้ปวดหัวมากที่สุดคือเรื่องของค่าใช้จ่ายและความยุ่งยากในการดูแลรักษา อย่างเช่น ชักโครกอัตโนมัติ ที่แม้จะให้ความสะดวกสบายแต่พอเสียขึ้นมาก็ทำเอาเหนื่อยมาก เพราะค่าซ่อมแพง เรียกช่างครั้งหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท และค่าอะไหล่บางชิ้นสูงถึง 24,000 บาท ซึ่งบางครั้งถ้าเซนเซอร์หรือแผงวงจรพัง จะต้องซ่อมแซมอย่างละเอียด เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกว่าจะซื้อแบบธรรมดามาใช้แทนเลย นอกจากนี้ การปลูกต้นไม้หนาแน่นจนเหมือนป่าหลังบ้านก็ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจ้างคนสวนดูแลตลอดทั้งปี มีค่าใช้จ่ายหลายพันบาทแต่ผลลัพธ์ก็ยังลุ่มหลงด้วยหญ้าที่ขึ้นรกเต็มไปหมด ทำให้ท้ายที่สุดตัดสินใจปล่อยทิ้งและเตรียมปูพื้นใหม่แทน การดูแลพื้นที่ outdoor นอกบ้านที่มีฝ้าหลุมก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เจอ ฝุ่นเยอะและนกทำรังจนไม่อยากออกไปใช้งานเลย ต้องยอมปล่อยตามธรรมชาติจนกว่าจะมีเวลาทำความสะอาดใหม่ ส่วนอ่าง jacuzzi ที่ดูเหมือนจะเป็นไฮไลต์ของบ้าน การใช้งานจริงกลับน้อยมากในระยะเวลาหนึ่งปี ใช้ไม่เกิน 3 ครั้งเท่านั้น คิดแล้วไม่คุ้มค่าพื้นที่ที่เสียไป แนะนำว่าถ้าอยากได้พื้นที่ใช้งานจริงควรทำโซนอาบน้ำแบบกว้าง ๆ หรือจัดสรรพื้นที่สำหรับกิจกรรมอื่นที่จะเกิดประโยชน์กว่ากัน สุดท้ายคือหลอดไฟที่ติดกับฝ้าหลุม เปลี่ยนเองไม่ได้ เพราะขาเกี่ยวกับฝ้าหลุมมักจะหักง่ายแล้วต้องให้ช่างมาทำให้ทุกครั้ง นอกจากนี้ยังต้องกรีดฝ้าออกตอนเปลี่ยน ทำให้แสงของห้องไม่สวยงาม ควรเลือกใช้หลอดไฟแบบกลมหรือแบบที่หมุนเปลี่ยนง่ายมากกว่า เพื่อให้การดูแลรักษาทำได้สะดวกและลดปัญหาการเสียหาย ทั้งหมดนี้จึงอยากแชร์ให้คนที่กำลังเลือกซื้อหรือจัดบ้านใหม่ได้ระวังในการเลือกอุปกรณ์และพื้นที่ใช้สอยที่เหมาะสม เพราะบางครั้งความหรูหราหรือเทคโนโลยีที่มากเกินไป อาจนำมาซึ่งปัญหาและค่าใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่าในระยะยาวจริง ๆ