Automatically translated.View original post

Will it be broken?

1/20 Edited to

... Read moreถ้า Birkenstock ใส่มานานจนพื้นด้านในมีคราบดำ/คราบเหงื่อและเริ่มมีกลิ่น “เน่าเกินทน” สิ่งที่ควรระวังคือ Birken ไม่ได้เกิดมาเพื่อ “ซักเครื่อง” หรือแช่น้ำทั้งคู่ เพราะตัวที่พังบ่อย ๆ คือพื้นคอร์ก (cork) กับแผ่นรองเท้าด้านในที่ดูดน้ำแล้วบวม/ลอกกาวได้ โดยเฉพาะคู่ที่เป็นหนังกลับ/ซับในแบบ suede สิ่งที่เราใช้แล้วรู้สึกว่าปลอดภัยสุดคือ “ทำความสะอาดแบบแห้ง + ชุบน้ำหมาด” แทนการซักทั้งคู่ 1) ปัดฝุ่นก่อนเสมอ ใช้แปรงขนนุ่ม (แปรงหนังกลับหรือแปรงสีฟันเก่า) ปัดเศษดิน/ฝุ่นออกให้หมด โดยเฉพาะร่องพื้นรองเท้าและขอบคอร์ก ทำขั้นนี้ก่อนจะช่วยให้คราบไม่ฝังลึกเวลาเช็ด 2) ทำความสะอาดพื้นด้านใน (จุดที่ดำและมีกลิ่น) ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อยกับสบู่อ่อน ๆ (เช่น สบู่เด็ก/น้ำยาล้างจานแบบเจือจางมาก) แล้วใช้ผ้าหรือแปรงชุบน้ำ “หมาดมาก” ถูวนเบา ๆ เฉพาะบริเวณคราบดำ อย่าให้ชุ่มจนหยดลงคอร์ก พอถูเสร็จใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดเช็ดซ้ำเพื่อล้างฟอง ทริคลดกลิ่น: โรยเบกกิ้งโซดาบาง ๆ บนพื้นด้านใน ทิ้งไว้ 6–12 ชม. แล้วเคาะ/ปัดออก วิธีนี้ช่วยเรื่องกลิ่นอับได้ดีโดยไม่ต้องโดนน้ำเยอะ 3) ถ้าเป็นหนังกลับ (suede) หรือสายผ้าด้านบน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำเยอะ ให้ใช้ยางลบสำหรับหนังกลับ/ยางลบดินสอถูเบา ๆ ตรงคราบแห้ง แล้วค่อยใช้แปรงปัดให้ขนกลับขึ้น ถ้าจำเป็นต้องเช็ดจริง ๆ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดที่สุดและซับ ไม่ถูแรง 4) Birkenstock โดนน้ำทำไงดี? ถ้าโดนฝน/น้ำหก ให้รีบซับน้ำด้วยผ้าแห้งทันที แล้วยัดกระดาษทิชชู่หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ไว้ด้านในเพื่อดูดความชื้น (เปลี่ยนกระดาษเมื่อชื้น) จากนั้นผึ่งลมในที่ร่ม ห้ามตากแดดจัด/เป่าลมร้อน เพราะคอร์กและกาวมีโอกาสแห้งกรอบและแยกชั้น 5) เช็กคอร์กและดูแลให้ทนขึ้น หลังแห้งสนิท แนะนำทา “cork sealer” บาง ๆ ตรงขอบคอร์ก (ถ้ามีรอยแตก/แห้ง) จะช่วยยืดอายุรองเท้าได้มาก โดยเฉพาะคนที่ใส่ทุกวัน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็ใช้หลักเดียวกัน ข้อห้ามที่อยากเน้น (กันพังแบบในรีวิว) - ห้ามซักเครื่อง/ปั่นแห้ง - ห้ามแช่น้ำทั้งคู่ - ห้ามตากแดดจัดหรือใช้ไดร์ร้อน ทำตามนี้จะได้รองเท้าแตะ Birkenstock ที่สะอาดขึ้น กลิ่นลดลง และเสี่ยงพังน้อยกว่าการซักหนัก ๆ ค่ะ