ไสยศาสตร์VSวิทยาศาสตร์;Occultism VS Science world

#เรื่องเล่าเคล้าความจริง I #ผลงาน ไผ #ยกมือขึ้น #นก กาฝาก #ต้น กาฝาก #เทพ ตกสวรรค์ #ความเชื่อ #มนต์ขลัง #fact #science world #

#กาฝาก ทับทิม (และกาฝากชนิดอื่นๆ) เป็นพืชกึ่งปรสิตที่ขึ้นบนต้นทับทิม ไม่มีหลักฐานงานวิจัยทางคลินิกยืนยันว่ารักษาโรคมะเร็งได้ กาฝากที่มักนำมาใช้เป็นสมุนไพรคือ กาฝากมะม่วง กาฝากก่อ และกาฝากแก่นเทา ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง (ระดับเซลล์เท่านั้น)….ในทางความเชื่อทางไสยศาสตร์…พุทธาคม…กาฝากเป็นเครื่องรางของขลังจากเทวดาตกสวรรค์…เสมือนว่าเป็นวัตถุทนสิทธิ์ชนิดหนึ่งกล่าวคือ…มีอาถรรพ์/มีพลังงานในตัวเอง มีความขลัง มีความศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ต้องปลุกเสกเฉกเช่นเดียวกับกะลาตาเดียว และ/หรือคตชนิดต่าง ๆ เพราะกาฝากเป็นที่สถิตของเทวดาที่ทำผิดกฎของสวรรค์/ชดใช้กรรมบางอย่างตามบัญชาของสวรรค์ โดยให้มาเกิดในโลกมนุษย์ในฐานะเทพารักษ์ชนิดหนึ่งโดยสถิตบนกิ่งก้านของต้นไม้แทนที่จะสถิตในต้นไม้ใหญ่ จึงถือเสมือนว่าเป็นวิมานของเทวดาเหล่านี้….

…ที่มาของกาฝากในฐานะของเครื่องรางของขลังนั้นคาดว่า….อาจเกิดจากการที่คนโบราณสังเกตว่ากาฝากสามารถเกาะและดูดกินสารอาหารจากต้นไม้ใหญ่ได้โดยที่ตัวมันเองเจริญเติบโตขึ้นแต่ต้นไม้ใหญ่กลับทำอะไรกับมันไม่ได้เลย กาฝากจึงถูกนำมาใช้เป็นวัตถุมงคลเชื่อเรื่องเมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขาย โภคทรัพย์….

…..กาฝาก นอกจากจะหมายถึงพืชแล้ว ยังหมายถึงนก นกกาฝาก (Flowerpecker) เป็นนกชนิดหนึ่ง ตั้งชื่อตามอาหารที่กิน โดยนกจะดูดกินน้ำหวานจากดอกกาฝาก และอาหารโปรดของมันก็คือ ผลกาฝาก

…นกนี้มีความสำคัญในการแพร่พันธุ์…เนื่องจากต้นกาฝากจะต้องขึ้นอยู่บนลำต้นหรือกิ่งก้านของพืชที่ถูกเบียน และไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้หากร่วงลงสู่พื้นดิน หรือร่วงลงบนกิ่งก้านของพืชที่ถูกเบียนทั้งที่ยังมีเนื้อผลหุ้มเมล็ดไว้ก็ขยายพันธุ์ไม่ได้… จึงต้องอาศัยนกกาฝากช่วย เมื่อนกกินผลเข้าไป เมล็ดภายในไม่ถูกย่อย แต่ถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับมูลนก และเมล็ดยังคงมีเมือกเหนียวๆ คลุมไว้ เมื่อนกถูก้นไปกับกิ่งไม้เพื่อเช็ดเมือกนั้นออก ทำให้เมล็ดจึงติดอยู่ตามลำต้นและกิ่งก้านพร้อมที่จะเจริญเป็นต้นกาฝากเกาะดูดน้ำ สารอาหารจากพืชต้นนั้นต่อไป

….นี่คือความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น ต้นกาฝากจะแพร่พันธุ์ไม่ได้ถ้าไม่มีนกกาฝากขณะเดียวกันนกกาฝากก็จะไม่มีแหล่งอาหารถ้าไม่มีต้นกาฝาก…….จ้าาาาาาาา….

4/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการพูดคุยเกี่ยวกับกาฝากนั้นมักจะแบ่งออกเป็นสองมิติหลัก คือด้านความเชื่อไสยศาสตร์และมุมมองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้งสองมุมนี้ล้วนมีเสน่ห์และเรื่องราวที่ควรเรียนรู้ ในแง่ของไสยศาสตร์ กาฝากถูกมองว่าเป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์ เป็นเครื่องรางของขลังที่แฝงพลังและอาถรรพ์เฉพาะตัว ซึ่งกาฝากถูกเปรียบเสมือน ‘เทพารักษ์’ ที่ตกลงมาจากสวรรค์ตามตำนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งการชดใช้กรรมและมีอำนาจคุ้มครองในตัวเอง แตกต่างจากเครื่องรางอื่นๆ ที่ต้องผ่านการปลุกเสก แต่หากมองในแง่วิทยาศาสตร์ กาฝากคือพืชกึ่งปรสิตที่อยู่บนต้นไม้ใหญ่ เช่น ต้นทับทิมหรือมะม่วง โดยดูดซึมสารอาหารไปเลี้ยงตัวเอง แม้จะมีงานวิจัยบางส่วนที่ศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านเซลล์มะเร็งในหลอดทดลอง แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ยืนยันว่ากาฝากสามารถรักษาโรคได้จริง นอกจากนี้ ผมยังตื่นตาตื่นใจเมื่อรู้ว่ากาฝากและนกกาฝากมีระบบนิเวศน์สัมพันธ์ที่ซับซ้อนและน่าอัศจรรย์ นกกาฝากจะกินผลกาฝาก ซึ่งเมล็ดจะไม่ถูกย่อยแต่ถูกขับออกมาพร้อมมูลนก เมล็ดที่ถูกปล่อยทิ้งบนต้นไม้หรือกิ่งก้านที่เหมาะสมก็จะเติบโตเป็นต้นกาฝากรุ่นใหม่ ด้วยวิธีนี้จึงกลายเป็นความสัมพันธ์พึ่งพาอาศัยกันที่สมบูรณ์แบบในธรรมชาติ เพราะถ้าไม่มีนกกาฝาก ต้นกาฝากก็ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ และนกก็จะไม่มีแหล่งอาหารเช่นเดียวกัน ในฐานะที่เคยศึกษาความเชื่อและธรรมชาติพร้อมกัน ผมมองว่าการผสมผสานความเข้าใจทั้งสองด้านนี้ช่วยให้เรารักและเคารพธรรมชาติมากขึ้น พร้อมกับเห็นคุณค่าของเรื่องเล่าและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ลึกซึ้งใต้ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เราเห็นทุกวัน