Automatically translated.View original post

Why shouldn't we resign because of them?

💡 Don't resign because of the Toxic people.

In every organization...

We often meet people who talk badly, don't work, but are good at making trouble.

And if we're not careful, we could "lose our life" because of people like this.

---

🛑 Why shouldn't we quit because of them?

1. We are not wrong - why give up on people who do not maintain standards?

2.The problem is with him, not us - walking away can cost us the opportunity to learn and grow.

3. If we resign easily - one day we may have to repeatedly escape from a new place. Because Toxic people are everywhere.

---

🧭 What should be done instead of resigning?

Put the boundaries clear. Don't let him cross the line.

Focus our work so prominently that rumors can't hurt us.

Build a network of good people in the organization to have support.

Keep evidence of bullying or undermining.

Use formal channels, such as HR or direct heads, to solve problems.

---

🎯 Remember,

"Keeping our space" is as important a skill as "surviving."

Don't let Toxic people become the reason we throw away what we've created.

2025/8/16 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังเจอ “ที่ทำงาน toxic” จนคิดว่าออกไปเลยน่าจะจบ ขอมุมมองที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ชัดขึ้น (และช่วยให้เราไม่เสียโอกาสเพราะคนผิดคน) 1) เช็กให้ชัดก่อนว่า “Toxic” แบบไหนที่เจอ บางทีมันไม่ใช่แค่งานหนัก แต่เป็นพฤติกรรมที่บ่อนทำลาย เช่น พูดจาดูถูกต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน ป้ายความผิดให้คนอื่น แย่งผลงาน นินทาให้เสียชื่อ หรือจงใจขัดขวางงาน ถ้าอาการเป็น “แพตเทิร์นซ้ำ ๆ” และทำให้เรากลัว/เครียดตลอดเวลา อันนี้เข้าข่ายที่ควรจัดการจริงจัง 2) ตั้งขอบเขตแบบพูดได้จริง (ไม่ต้องแรง แต่ต้องชัด) ประโยคที่ใช้แล้วได้ผลสำหรับหลายคนคือ “ขอคุยเรื่องงานอย่างเดียวได้ไหมคะ/ครับ” หรือ “ถ้ามีฟีดแบ็ก ขอเป็นข้อมูลและตัวอย่างที่ชัดเจน” แล้วหยุดการโต้เถียงที่เป็นอารมณ์ ยิ่งเราไม่เล่นเกม เขาจะเล่นยากขึ้น 3) เก็บหลักฐานให้เป็นระบบ (สำคัญมาก) เวลาเจอการกลั่นแกล้งหรือบ่อนทำลาย ให้เก็บหลักฐานตามจริง เช่น อีเมล แชต ไทม์ไลน์เหตุการณ์ วันที่ เวลา ใครอยู่ในเหตุการณ์ และผลกระทบกับงาน (เช่น ส่งงานช้าเพราะถูกปิดข้อมูล) เก็บไว้ในที่ส่วนตัว เช่น ไดรฟ์ส่วนตัว/อีเมลส่วนตัว ไม่ใช่เครื่องคอมบริษัทอย่างเดียว 4) ทำ “บันทึกผลงาน” กันโดนป้ายความผิด ที่ทำงาน toxic มักมาพร้อมการโยนความผิดหรือทำให้เราดูไม่เก่ง วิธีที่ช่วยได้คือทำ log งานสั้น ๆ รายสัปดาห์: ทำอะไรไปแล้ว ผลลัพธ์คืออะไร ใครอนุมัติ/ใครเกี่ยวข้อง เวลาเกิดข้อกล่าวหาเราจะอ้างอิงข้อเท็จจริงได้ทันที 5) เลือกคุยหัวหน้า/HR แบบมีเป้าหมาย หลายคนพลาดตรงไปเล่าแบบระบาย ทำให้ดู “ดราม่า” แทนที่จะเป็น “ปัญหางาน” ลองคุยแบบนี้: (1) ระบุพฤติกรรม (2) ยกตัวอย่างเหตุการณ์ (3) ผลกระทบต่อทีม/เดดไลน์ (4) สิ่งที่อยากให้ช่วย เช่น ขอให้กำหนดบทบาทชัดเจน แยกช่องทางอนุมัติ หรือให้มีคนกลางเวลาเจรจา 6) สร้างเครือข่ายคนดีในองค์กร ในสภาพแวดล้อมเป็นพิษ การมี “คนที่เห็นงานเรา” สำคัญมาก ไม่ต้องสนิทเยอะ แค่มี 2–3 คนที่ร่วมงานแล้วเชื่อถือได้ จะช่วยทั้งเรื่องข้อมูล งาน และเป็นพยานได้ในบางสถานการณ์ 7) แล้วเมื่อไหร่ “ควรลาออก” จริง ๆ? ถ้ามีการคุกคาม/กลั่นแกล้งรุนแรงจนกระทบสุขภาพจิตหรือความปลอดภัย, มีการละเมิดซ้ำ ๆ แต่ช่องทางทางการไม่ช่วย, หรือองค์กรสนับสนุนพฤติกรรม toxic แบบชัดเจน อันนี้การย้ายที่ทำงานอาจเป็นการปกป้องตัวเอง ไม่ใช่การยอมแพ้ สุดท้าย อย่าให้คน toxic เป็นคนตัดสินอนาคตเรา ถ้ายังมีพื้นที่ให้ “รักษาพื้นที่ของเรา” ลองใช้วิธีข้างบนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจด้วยข้อมูลและแผนที่ชัดเจน