รีวิวทำงานบริษัทญี่ปุ่น เป็นอย่างไร?

เนื่องจากทำงานบริษัทญี่ปุ่นมาหลายที่ บวกกับหลายปี หลายบริษัท😅 เลยอยากมาแชร์เผื่อใครสนใจ หรือกำลังทำงานบริษัทญี่ปุ่น

บริษัทแรก : ที่เข้าไปทำ ก็จะเป็น trading ซื้อมา-ขายไป ตอนเช้าก็จะมีให้ทุกคนออกไปพูดหน้าห้อง ให้กำลังใจ วนกันไปทุกวัน ตอนกลับก็พูดลาเจ้านายเป็นภาษาญี่ปุ่น มี white board เขียนไว้เลย ที่นี่ไม่มีล่าม มีแต่คนรู้ภาษาญี่ปุ่นเฉยๆ แปลผิดแปลถูก ต้องช่วยตัวเอง.😬 ที่นี่งานน้อย ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำ 😅

บริษัทที่2 : ที่นี่ก็ไม่มีล่ามอีก เจ้านายใช้ภาษาอังกฤษล้วน คือ….คนญี่ปุ่นภาษาอังกฤษค่อนข้างฟังยาก เอาง่ายๆ เขาไม่ค่อยเก่งอังกฤษ แต่ก็พูดอ้อมค้อมไปมา งงๆว่าอยากให้เราทำอะไร หรือยังไง บางทีความชัดเจนหายาก ต้องตามน้ำไว้ก่อน เขาจะอยากสนใจ ให้เราทำนั่นทำนี่ ช่วยตามนั่นนี่เพราะเราเป็นคนไทย คุยกับลูกค้าคนไทยง่ายกว่า เขาก็จะให้ทำ report แต่ไม่ได้อะไรมาก เพราะเป็นบริษัทเล็กๆเน้นพูด-คุยเพราะเข้าถึงง่าย

บริษัทที่3 : ที่นี่ดี มีล่าม บริษัทลงทุน เราได้ค้นพบว่าการคุยกับคนญี่ปุ่น โดยผ่านคนกลางบางทีมันก็ดีนะ เราไม่ต้องไปชนกับเขาโดยตรง🤣 ล่ามที่นี่เก่งมาก N1 ล่ามเยอะ มีหลายคน หลายคน บริษัทลงทุน เพราะ..เขามองว่า เรื่องงานมันซับซ้อน ขนาดภาษาเดียวกันพูดเรื่องง่ายๆยังมีไม่เข้าใจ ใช้ล่ามดีกว่างี้ จะได้เข้าใจอะไรที่มันซับซ้อนได้ดีกว่า เวลาเขาไปประชุมกัน กับคนญี่ปุ่นด้วยกันเอง ก็จะต้องมีพุดเรื่อง ดิน ฟ้าอากาศ จิ้งจก ตุ๊กแก หมาแมวที่บ้าน สักครึ่งชั่วโมง ก่อนเข้าเรื่อง😅 ซึ่งต่างกับการที่คนไทย meeting กันเอง e-mail ก็ต้องย่อหน้าที่2 ถึงจะเข้าเรื่อง เขามองว่ามันคือความสุภาพ.

บริษัทที่4 : ตัวบริษัทอยู่ต่างจังหวัด แต่ฉันทำงานที่สาขากรุงเทพ ตามปกติ ฉันไม่เคยทำงาน feeling แบบนี้ มีความรู้สึกว่า บริษัทญี่ปุ่นที่เป็นโรงงาน ทำให้เราไม่ชอบ กฏระเบียบเยอะ เช่น เราทำงานที่กรุงเทพ แต่ให้พัก40 นาที ตามกะโรงงาน🙄 (ฉันก็ไม่ยอมจ้ะ กว่าจะซื้อข้าวต่อแถวในกรุงเทพจะเอาอะไรมา40 นาทีจ๊ะะะ) บางทีก็ต้องเข้าโรงงาน อาทิตย์ละ1-2 ครั้ง (ตื่นเช้ามาก🥲) ระบบที่นี่จะออกแนว micromanagement. คืออยากได้รายงาน ทั้ง daily หรือ รายงานทุกอย่าง ต้องลง action plan ก็อยากเห็นทุกวัน ห้ามมีวันไหนว่าง ไม่มีล่าม ไม่ลงทุนกับพนักงาน

สรุป

สวัสดิการดีไหม > > ส่วนใหญ่มีประกันสังคม, ประกันกลุ่ม (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพแล้วแต่ที่)

เงินเดือน > > ทุกที่จะแยกยิบย่อยเหมือนกัน เช่น เงินเดือนเท่านี้ ค่าโทรศัพท์เท่านี้ ค่าเดินทางเท่านี้ ค่าตำแหน่งเท่านี้ เบี้ยขยันเท่านี้ (บางที่ก็ไม่มี) เขาแยกแบบนี้ เพราะจะได้บริหารง่าย ตัดเงินง่าย ให้พนักงานมีแรงจูงใจ แต่อย่าลืม *โบนัสคิดตามฐานเงินเดือนเท่านั้น😅

โบนัสบริษัทญี่ปุ่นดีจริงไหม? >> แล้วแต่ที่ แล้วแต่อุตสาหกรรม บางที่1 เดือนก็มี บางที่ 3 เดือน บางที่ 6-8 เดือน ขึ้นกันอุตสาหกรรมล้วนๆ

ข้อดี >> ทุกคนจะได้สกิลการตรงต่อเวลา นี่ขนาดไปเดทดิฉันยังไปตรง(หรือก่อน) เวลา😅 เพราะมันก็เหมือนเช็คชื่ออ่ะ คุณจะมาไม่ทัน ตอนเวลาทำงาน คุณจะโดนตักเตือน หรือไม่ได้เบี้ยขยันทั้งเดือน! แล้วทำไมนานๆมันจะอยู่ใน DNA โดยส่วนตัว รู้สึกว่า บริษัทญี่ปุ่นจะให้ค่ากับการตรงตรงต่อเวลามาก เพราะแปลว่า คุณมีความรับผิดชอบ มีวินัย! เขาจะให้ค่ากับความปลอดภัยของพนักงาน(ส่วนใหญ่นะ) เพราะเขาไม่อยากมีปัญหาทีหลัง เคารพกฏหมายบ้านเมืองประเทศไทย ระมัดระวังทุกเรื่อง อะไรที่ดูเสี่ยงจะไม่ทำ วิธีไหนเสี่ยงจะไม่ทำ

บริษัทไหนดีๆ จะพาพนักงานไปกินอาหารญี่ปุ่นทุกเดือน ร้านหรูๆ หรือสั่งที่นายจะกิน😂

ข้อเสีย (หรืออาจจะเป็นข้อดี) >> ทุกอย่าง คนตัดสินใจสูงสุด จะเป็นคนญี่ปุ่น กว่าจะapprove ข้อมูลต้องเป๊ะ รายละเอียดต้องเยอะ เขาจะรอบคอบ ซักฟอกจนละเอียด ว่าอะไรยังไง ปัญหาอะไร เกิดอะไร ทำไมๆๆๆ เพราะว่าเขาต้องเอาไปพูดต่อ ไปรายงานต่อคนตำแหน่งสูงกว่า 😅 ดังนั้นเราต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน ข้อมูลแน่น ด้วยความที่รอบคอบเรื่องความเสี่ยง บางทีเลยตัดสินใจช้ามากๆ จุกจิกจู้จี้ คิดแล้วคิดอีก ถามแล้วถามอีก ประชุมแล้วประชุมอีก😅

ดังนั้น บริษัทญี่ปุ่น เลยชอบทำbusiness ด้วยกันเอง

เลือกบริษัทยังไง >> ส่วนตัวแล้ว คิดว่าขึ้นกับ lifestyle + job role อย่างตัวดิฉัน คือไม่ชอบอะไรแห้งแล้ง ตอนเช้าต้องมีชานม ชาเขียว อยู่ในเมือง จะให้ไปทำงานออฟฟิศในโรงงานเป็นไปไม่ได้! เขาจะมีแค่อาหารที่โรงอาหาร แต่ฉันรู้สึกอดอยาก หิวโหย😭 อยากเห็นอะไรสวยๆงามๆ 😂

ควรหาบริษัทที่มีล่าม หรือบริษัทที่มีระบบหน่อย ถ้าญี่ปุ่นมากๆ เขาจะมีความระบบอาวุโสสูงมาก ที่สำคัญต้องตามน้ำ ห้ามแสดงความคิดเห็นหรือเป็นตัวเองเยอะเกินไป*

ชอบคนที่ควบคุมได้😅 ดูเนื้อหาหางานให้ชัดเจน สอบถามให้ละเอียด ว่าวิธีการทำงานเป็นยังไง ถ้าเข้าไปทำแล้วมันไม่ใช่แบบที่คุยกัน ก็จะยิ่งไม่ใช่เรื่อยๆ อยากก้าวหน้าควรไปเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่น แล้วอนาคตจะดีค่ะ

นี่ก็เป็นแค่ตัวอย่างบริษัทที่เคยทำมา ตอนนี้ทำงานที่จีนแล้ว ก็ยังคิดว่าคนญี่ปุ่น สุภาพ และมีวินัยมากๆ จะได้สกิลอะไรอีกแบบนึง😊 อาจมีบริษัทญี่ปุ่นอื่นๆที่ไม่เป็นแบบนี้ก็ไ้ด้

ใดๆก็ขอให้ทุกคนทำงานอย่างมีความสุข และเลือกงานให้เหมาะกับlifestyle ตัวเองและความจำเป็นนะคะ

มีอะไรจะมาแชร์เพิ่มค่ะ^^

#บริษัทญี่ปุ่น #ทำงานบริษัทญี่ปุ่น #JapaneseCompany

4/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการทำงานในบริษัทญี่ปุ่นให้ประสบความสำเร็จไม่ได้มาจากความตั้งใจอย่างเดียว แต่ต้องเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร เช่น การให้ความสำคัญกับความตรงต่อเวลาอย่างมาก ซึ่งก็ส่งผลดีต่อตัวผู้ทำงานที่จะมีวินัยและรับผิดชอบในการบริหารเวลาไปด้วย นอกจากนี้ การใช้ภาษาเป็นเรื่องสำคัญมาก บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะไม่มีล่ามหรือผู้ช่วยแปลในทุกที่ ซึ่งทำให้การสื่อสารอาจซับซ้อน ต้องอาศัยความเข้าใจในระดับดีของภาษาญี่ปุ่นหรืออังกฤษ แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็อาจพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยชัดเจน ทำให้บางครั้งเกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย ดังนั้น แนะนำให้ผู้ที่อยากทำงานในบริษัทญี่ปุ่นหมั่นฝึกภาษาญี่ปุ่นในระดับที่สามารถสื่อสารในชีวิตการทำงานได้ เช่น การเรียนรู้คำศัพท์ที่ใช้บ่อยในที่ทำงาน และแนวทางการสื่อสารอย่างสุภาพตามแบบญี่ปุ่น เรื่องการบริหารงานและการตัดสินใจในบริษัทญี่ปุ่น มีลักษณะรอบคอบและละเอียดมาก รายงานและเอกสารที่นำเสนอจึงต้องมีความชัดเจนและข้อมูลครบถ้วน การผ่านงานในแต่ละขั้นตอนจึงอาจใช้เวลานาน เพราะต้องรออนุมัติจากผู้บริหารระดับต่าง ๆ อย่างละเอียด การเข้าใจและยอมรับวัฒนธรรมนี้จะช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สำหรับคนที่ไม่สะดวกกับระบบ micromanagement หรือกฎระเบียบมาก ๆ ควรพิจารณาเลือกบริษัทที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และลักษณะงาน เช่น บริษัทที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ มีบรรยากาศการทำงานที่ไม่เข้มงวดเกินไป หรือบริษัทที่มีล่ามช่วยในการสื่อสาร จะช่วยให้มีชีวิตการทำงานที่สุขสบายและพัฒนาได้ดี ท้ายที่สุด การเลือกทำงานในบริษัทญี่ปุ่นยังทำให้เราได้รับสกิลการทำงานและวินัยที่เข้มข้น อีกทั้งยังได้รับโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมและวิธีการบริหารจัดการที่ละเอียดลออ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมากในสายอาชีพของเราเอง