เส้นเลือดในสมองตีบ or ปลายประสาทอักเสบ
อุทาหรณ์เจ็บป่วย ขณะทำงาน
ต้องเล่าก่อนว่าเราทำงานในครัว ตอนนั้นกำลังจัดเบรคของห้องประชุมอยู่ประมาณ 10:00โมงก็เริ่มมีอาการค่ะ
-มือชา เริ่มที่ปลายนิ้วลามขึ้นมาแขน ไหล่ หน้า และลิ้น (เป็นแค่ฝั่งขวา)
-มืออาการพูดไม่ชัด
เบื้องต้นเราได้ให้พี่ที่ทำงานนวดคลายเส้นค่ะ พอเราบอกว่าเริ่มลิ้นชา พูดไม่ชัด พี่เลยพาไปส่ งโรงพยาบาลเพราะกลัวเส้นเลือดในสมองตีบ
พอไปถึงรพ.หมอก็ซักประวัติ อาการต่างๆ หมอเลยให้แอดมิด 1 คืนเพื่อดูอาการ เช้ามาก็เข้าเครื่อง CT scan สมองค่ะ ดูว่าสรุปเราเป็นอะไร ผลออกมาว่าเราเป็น
“ปลายประสาทอักเสบ”
✅ ปลายประสาทอักเสบคืออะไร?
เป็นภาวะที่เส้นประสาทบริเวณปลายแขน ขา หรือใบหน้าเกิดการอักเสบหรือถูกทำลาย ทำให้เกิดอาการต่าง ๆ
•ชา หรือรู้สึกเหมือนเข็มทิ่ม (tingling)
•ปวดแสบปวดร้อน
•กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือไม่มีกำลัง
•บางรายอาจมีอาการหน้าชา ลิ้นชา มือชา (แบบที่เราเป็น)
🤔 เกิดจากอะไรได้บ้าง?
1.เบาหวาน เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ
2.ขาดวิตามิน B1, B6, B12
3.ติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย เช่น งูสวัด, HIV
4.ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง
5.สารพิษหรือแอลกอฮอล์
6.ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยารักษามะเร็ง
7.กดทับเส้นประสาทเป็นเวลานาน เช่น นั่งนาน ๆ หรือท่าทางซ้ำ ๆ
✅ การรักษาทั่วไป
1.รักษาต้นเหตุ เช่น ถ้าเกิดจากขาดวิตามิน ก็ให้เสริมวิตามิน
2.ยาแก้ปวดปลายประสาท เช่น gabapentin, pregabalin
3.วิตามินบำรุงเส้นประสาท โดยเฉพาะ B1, B6, B12
4.กายภาพบำบัด (สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรง)
5.พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด
สุดท้าย…รักงานได้แต่ก็อย่าลืมรักตัวเอง ตอนเราไม่อยู่เขาก็แค่หาคนใหม่ ตอนเราตายเขาก็ให้แค่พวงหลีด ขอบคุณค่ะ🙏🙏🙏
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เผชิญกับอาการชาในมือและลิ้นพร้อมกับพูดไม่ชัด ขณะทำงานในครัว ผมได้เรียนรู้ว่าการรู้จักสัญญาณเตือนของโรคปลายประสาทอักเสบเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะอาการเหล่านี้อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ ซึ่งทั้งสองโรคมีอาการบางอย่างที่คล้ายกันแต่มีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน ผมได้ไปพบแพทย์และได้รับการวินิจฉัยผ่านการทำ CT scan สมอง ซึ่งผลตรวจยืนยันว่าเป็นปลายประสาทอักเสบ ซึ่งเป็นภาวะที่เส้นประสาทบริเวณปลายแขน หน้า หรือขา เกิดการอักเสบหรือถูกทำลายทำให้เกิดอาการชา ปวดแสบปวดร้อน หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการรักษาคือ การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และการกินอาหารที่มีวิตามินบี 1, B6, B12 อย่างเหมาะสมเพราะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมเส้นประสาท นอกจากนี้ยังต้องระวังเรื่องสาเหตุที่อาจทำให้เกิดภาวะนี้ เช่น โรคเบาหวาน การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง รวมถึงสารพิษและผลข้างเคียงของยา การทำกายภาพบำบัดสำหรับคนที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงก็ช่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพของร่างกายได้อย่างดี ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ผมตระหนักว่า ถึงแม้ว่างานจะสำคัญ แต่สุขภาพของตนเองก็เป็นเรื่องที่ควรใส่ใจและให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก เพราะถ้าเราไม่ดูแลตัวเองอย่างดี อาการเล็กน้อยก็อาจพัฒนาเป็นโรคร้ายแรงได้อย่างรวดเร็ว อยากแนะนำให้ทุกคนอย่าละเลยสัญญาณร่างกาย หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ทันทีเพื่อการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น


พี่ก้อเป็นอาการเหมือนน้องเลยค่ะ…ยิ่งเวลาแอบเครียดจะเป็นชัดขึ้นค่ะ…ขอให้หายไวๆนะคะ