自動翻訳されています。元の投稿を表示する

韓国語の教科書をお勧めします。

最近、私はより多くの言語を学び、英語ではない他の言語を選択したいのか分からない。😂

今の私たちのスキルは、文字を読んで書くことですが、翻訳することではありません。私は1 Aのレベルをテストしたと思います。🥹

📝は現在、Sejong(オンラインコース)を勉強しています。子音+母音から始め、覚えて応募することを繰り返し、新しいコースが開かれるのを待って、Duoligoで言語ゲームをしながら、初心者1 Aで学びます。しかし、私たちは書くことが好きなので、一緒に勉強する本が欲しいです。

🫶🏻私は友達にアドバイスを求めたいです。私は韓国語を勉強したり学んでいます。私の母国語の教科書をお勧めしてください。たくさんのトレーニングがある本がいいです。

P. S.ページ2はオンラインストアで見た本です。どれが良いかわかりません。私はあまり買う勇気がありません(一部は高😅です)。他にも本があれば、もっとお勧めしたいと思います。待って読んでください。🥹🫶🏻💖

#1日に1つの投稿 #自分で韓国語を学ぶ #韓国語を学ぶ #韓国の教科書 #教科書

2025/10/5 に編集しました

... もっと見るถ้าเป้าหมายตอนนี้คือ “อ่าน-เขียนได้แล้ว แต่แปลไม่ค่อยได้” (ประมาณ 1A) เราว่าการเลือกหนังสือเรียนภาษาเกาหลีให้ตรงจุดสำคัญมาก เพราะบางเล่มเน้นจำคำศัพท์ บางเล่มเน้นไวยากรณ์ หรือบางเล่มเหมาะกับคนที่มีครูมากกว่าเรียนเอง 100% เลยขอแชร์แนวทางเลือกแบบที่เราใช้คัดเล่มก่อนซื้อ เผื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ 1) เลือกประเภทหนังสือก่อน: จะเอา “เรียนครบ” หรือ “เสริมเฉพาะจุด” - ถ้าอยากได้เล่มหลักไว้เดินบทเรียนไปเรื่อยๆ ให้มองหาหนังสือแนวคอร์สบุ๊ก เช่น 한국어 1 / ภาษาเกาหลี 1 หรือชุดที่แบ่งเป็นบทๆ มีบทสนทนา คำศัพท์ ไวยากรณ์ และแบบฝึกท้ายบท แบบนี้เหมาะมากกับ beginner 1A - ถ้าอยากเก็บไวยากรณ์ให้แน่นและเอาไปแปลได้เร็วขึ้น แนะนำแนวไวยากรณ์ล้วน เช่น Korean Grammar in Use (Beginning) จุดเด่นคืออธิบายเป็นระบบ มีตัวอย่างประโยคให้เทียบชัด แต่ควรใช้คู่กับเล่มที่มีบทสนทนาหรือการฟังด้วยจะบาลานซ์กว่า 2) เช็ก “แบบฝึก” ว่าตรงสไตล์เรามั้ย สำหรับคนชอบเขียน เราว่าเล่มที่ดีควรมีอย่างน้อย 3 แบบนี้ - แบบฝึกเติมคำ/เรียงประโยค (ช่วยเรื่องโครงสร้างประโยค) - แบบฝึกแปลเกาหลี-ไทย/ไทย-เกาหลี (ช่วยแก้ปัญหา “แปลไม่ค่อยได้” ตรงจุด) - แบบฝึกเขียนประโยคจากไวยากรณ์ที่เรียน (ทำให้จำได้ยาว) ถ้าเป็นไปได้ ลองดูสารบัญและหน้าตัวอย่างก่อนซื้อ ว่ามีเฉลยหรือไม่ เพราะเรียนเองแล้วไม่มีเฉลยจะค่อนข้างตันค่ะ 3) เล่มยอดนิยมที่มักเห็นบ่อย ควรใช้ยังไง - “คู่มือเรียนภาษาเกาหลีสำหรับผู้เริ่มต้น” แนวนี้มักเป็นภาพรวม เข้าใจง่าย เหมาะปูพื้น+ทบทวน แต่ให้เช็กว่ามีแบบฝึกเยอะพอไหม - “비타민 한국어” (Vitamin Korean) หลายคนชอบเพราะอ่านเพลินและเป็นขั้นบันได เหมาะกับการเรียนต่อเนื่องวันละนิด - “Korean Grammar in Use Beginning” เหมาะมากถ้ารู้สึกว่าพออ่านออกแล้วแต่ยังแต่งประโยคไม่ได้/แปลไม่ทัน แนะนำใช้วันละ 1 หัวข้อ แล้วแต่งประโยคของตัวเอง 5-10 ประโยค จะเห็นผลไวค่ะ 4) วิธีใช้หนังสือให้เข้ากับคอร์สออนไลน์ (ม.เซจง + Duolingo) ทริคที่เราใช้คือทำให้แต่ละอย่างมีหน้าที่ต่างกัน - คอร์สออนไลน์: เอาไว้ฟัง-ออกเสียง-ตามบทเรียน - หนังสือเล่มหลัก: ทำแบบฝึกและจดสรุปคำศัพท์/รูปประโยค - หนังสือไวยากรณ์: เปิดเฉพาะจุดที่ “ติด” จากแบบฝึกหรือจากคอร์ส - Duolingo: ใช้เป็นวอร์มอัพ 5-10 นาที และทวนคำศัพท์ 5) เช็กลิสต์ก่อนกดซื้อ (กันพลาดและคุมงบ) - มีเฉลยไหม (สำคัญมากสำหรับเรียนเอง 100%) - มีไฟล์เสียง/QR ให้ฟังไหม - มีคำแปลไทยหรือคำอธิบายอังกฤษที่เราอ่านได้ไหม - แบบฝึกท้ายบทเยอะพอไหม และมีแบบฝึก “แต่งประโยค/แปล” หรือเปล่า ถ้าคุณบอกได้ว่าอยากเน้น “ไวยากรณ์เพื่อแต่งประโยค” หรือ “คำศัพท์ใช้ในชีวิตประจำวัน” มากกว่ากัน และงบประมาณประมาณไหน เราช่วยไล่ให้เป็นตัวเลือก 2-3 เล่มที่เหมาะกับ beginner 1A ได้เลยค่ะ