Automatically translated.View original post

The metaphor is owed, it takes thisshop.

Thisshop has one installment loan.

And the passive loan is i happy laon.

The reason we're in arrears is because we have financial problems.

There was a change of work, spinning money in time, so I decided to release thisshop.

We've used it since college, which we've always credited with.

But it's not like we're twisting not paying at all of thisshop installments.

We pay 200-500 per month, as we have, now it's been a year.

The cash loan i happy loan is probably informal.

From the study, we decided to twist.

Waiting to sue and will only pay the principal due to the flower being too expensive

But thought he wasn't likely to sue because it was an illegal loan.

So I wanted to share it as an illustration of uncertainty and money spinning, knowing how to spend money. I wanted everyone to be more conscious of spending money.

And now we're fucking crazy. No more.

# ihappyloan # thisshop # Credit card debt # shopee # Informal debt

5 days agoEdited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยใช้สินเชื่อผ่อนชำระของ Thisshop และสินเชื่อนอกระบบอย่าง iHappy Loan พบว่าการมีหนี้ถ้าไม่จัดการอย่างถูกต้องจะส่งผลกระทบต่อสภาพการเงินอย่างรุนแรง เริ่มแรก ผมใช้บริการ Thisshop ตั้งแต่ช่วงทำมหาวิทยาลัย และเคยมีเครดิตดีจนกระทั่งเกิดปัญหาทางการเงิน โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนงานที่ทำให้รายได้ไม่แน่นอน และหมุนเงินไม่ทัน ต้องค้างชำระหนี้บางรายการ ซึ่งแม้ว่าจะจ่ายประมาณเดือนละ 200-500 บาทตามที่พอมี แต่ระดับความค้างชำระก็ยังเกิดขึ้น จนทำให้ยอดดอกเบี้ยและค่าปรับทบต้นสูงมาก ในส่วนของสินเชื่อนอกระบบ iHappy Loan ซึ่งตั้งใจว่าจะหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระ แต่เนื่องจากดอกเบี้ยและค่าปรับสูงมาก ทำให้ต้องตัดสินใจว่าจะรอให้มีการฟ้องแล้วจ่ายแค่เงินต้นเท่านั้น เพราะกลัวว่าหากจ่ายดอกเบี้ยต่อไปจะเป็นภาระหนักเกินไป อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้ศึกษามา สินเชื่อนี้อาจอยู่ในเกณฑ์สินเชื่อนอกระบบหรืออยู่ในข่ายไม่ถูกกฎหมาย จึงทำให้กระบวนการทางกฎหมายอาจไม่เข้มงวดเหมือนกับหนี้ปกติ ซึ่งทำให้การจัดการหนี้ของเราแตกต่างจากสินเชื่อธนาคารทั่วไป สิ่งที่อยากเน้นคือการวางแผนทางการเงินและการรู้จักใช้จ่ายอย่างมีสติ หากเกิดปัญหาหนี้สินให้รีบหาทางออกที่เหมาะสม เช่น ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน หลีกเลี่ยงการก่อหนี้เพิ่ม และพยายามชำระหนี้ให้ตรงเวลาหากเป็นไปได้ ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่าแม้เครดิตจะดีมาก่อน แต่ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตและการบริหารจัดการเงินผิดพลาดสามารถทำให้เราเผชิญกับปัญหาหนี้ที่ไม่คาดคิด การเรียนรู้และเตรียมความพร้อมในเรื่องการเงินส่วนบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้ประสบกับภาระหนี้สินที่หนักหน่วงและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินในอนาคต สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่า "เป็นหนี้ก็ต้องใช้" แต่ต้องใช้ด้วยสติ และหากจำเป็นต้องใช้สินเชื่อ ควรศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในวงจรหนี้ที่อาจหลุดออกยาก