ปวดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstrings!!)

ปวดแฮมสตริง (Hamstring) หรืออาการปวดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง เป็นอาการบาดเจ็บซึ่งเกิดการฉีกขาดของเส้นใยกล้ามเนื้อ

ส่วนใหญ่พบอาการที่เกิดจากการยืดกล้ามเนื้อมากเกินไปจนฉีกขาด จะพบได้บ่อยในนักกีฬาที่ใช้กำลังขา นักฟุตบอล นักบาสส นักกีฬาที่ต้องวิ่งหรือกระโดด

อาการที่รู้สึกเช่น ปวดต้นขาด้านหลัง หรือปวดบริเวณใต้ก้นและร้าวลงขา ปวดแปลบๆ ที่ต้นขาด้านหลังทันที, บวม, ฟกช้ำ, และอ่อนแรง การดูแลเบื้องต้นคือพักการใช้งาน, ประคบเย็น, และยืดเหยียดกล้ามเนื้อด้วยตนเอง

======================

การรักษาทางกายภาพบำบัด

Shockwave Therapy หรือ การรักษาด้วยคลื่นกระแทก

เป็นคลื่นกระแทกที่ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนไปยังมัดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่มีการอักเสบหรือบาดเจ็บ เกิดการกระตุ้นบริเวณที่บาดเจ็บ ทำให้เร่งการซ่อมแซมและสร้างเนื้อเยื่อใหม่

Pms/ultrasound หรือการบำบัดด้วยการกระตุ้นปลายประสาท ยับยั้งกระบวนการปวด ลดอาการปวด บวม และอักเสบ ทำให้หลอดเลือดขยายตัว มีผลในการนำเลือดและออกซิเจนมาเลี้ยงเซลล์มากขึ้น เร่งการซ่อมแซมฟื้นฟูที่รวดเร็วมากขึ้น

======================

🟢เปิดบริการ 09.30-18.00

🟢https://lin.ee/PoyD1L4

📞0651514199 ทำนัดจองคิวล่วงหน้า 3-4 ชม. หรือ 1 วัน นะครับ

i Care คลินิกกายภาพบำบัด ภูเก็ต

icare physiotherapy clinic Chalong Branch

ถลาง คลินิกกายภาพบำบัด

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

#จัดกระดูก #จัดกระดูกภูเก็ต #ช็อคเวฟ #Shockwave #PMS #ปวดหลัง #ปวดคอบ่าไหล่ #ปวดสะบัก #สะบักจม #ปวดเอว #ออฟฟิศซินโดรม #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ไหล่ติด #นิ้วล้อค #รองช้ำ #backpain #shoulderpain #sportinjury #กายภาพบำบัดภูเก็ต #physiotherapy #Phuket #ภูเก็ต

2025/9/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนทักมาถามว่า “แฮมสตริงคืออะไร” และ “แฮมสตริงอยู่ตรงไหน” แบบเข้าใจง่ายๆ คือกล้ามเนื้อกลุ่มใหญ่ด้านหลังต้นขา ตั้งแต่ใต้ก้นลงมาถึงหลังเข่า ทำหน้าที่งอเข่าและช่วยเหยียดสะโพก เวลาเราวิ่ง สปรินต์ เตะบอล กระโดด หรือก้มยกของ กล้ามเนื้อกลุ่มนี้จะทำงานหนักมาก เลยเจ็บได้บ่อย โดยเฉพาะคนที่ยืดเหยียดไม่พอ หรือเพิ่มระยะ/ความเร็วการวิ่งเร็วเกินไป อาการที่เจอบ่อยเวลาปวดแฮมสตริง/แฮมสตริงอักเสบ - ปวดตึงหลังต้นขา หรือเจ็บจี๊ดทันทีตอนออกแรง (บางคนบอกเหมือน “โดนดีด”) - ปวดบริเวณใต้ก้น แล้วร้าวลงหลังต้นขา - เดินก้าวยาวๆ หรือก้มตัวแล้วตึงมากขึ้น - มีบวม ฟกช้ำ หรือรู้สึกอ่อนแรง (มักพบในเคสฉีกขาด) ถ้าวิ่งแล้วปวดต้นขา ควรเช็ก “สัญญาณที่ควรพัก” - ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างวิ่ง - ปวดจนเริ่มวิ่งผิดท่า/ลงน้ำหนักขาอีกข้างมากขึ้น - เช้าวันถัดไปตึงจนก้าวขาไม่สุด ถ้ามีฟกช้ำชัด เจ็บแปลบมาก หรือเดินกะเผลก แนะนำหยุดกิจกรรมและประเมินกับผู้เชี่ยวชาญ เพราะอาจมีการฉีกขาดระดับกลาง-มากได้ การดูแลเบื้องต้นที่ทำได้เอง (แนวทางแบบปลอดภัย) 1) พักการใช้งานที่กระตุ้นอาการ 48–72 ชม. แรก ลดสปรินต์ วิ่งขึ้นเขา เตะบอล และท่าก้มยืดสุดๆ 2) ประคบเย็น 10–15 นาที วันละ 2–3 รอบ ช่วงปวด/บวมมาก (ห่อผ้าก่อนประคบ) 3) ขยับแบบเบาๆ เพื่อให้เลือดไหลเวียน เช่น เดินช้าๆ ระยะสั้น ถ้าไม่ปวดเพิ่ม 4) ยืดเหยียด “พอดีตึง” ไม่ฝืนเจ็บ โดยเฉพาะช่วงแรก หลายเคสยืดแรงเกินทำให้ระคายเคืองมากขึ้น ท่าบริหารง่ายๆ ที่มักใช้ช่วงเริ่มฟื้นตัว (ทำเมื่ออาการปวดลดลง) - เกร็งแฮมสตริงแบบไม่ขยับ (Isometric): นอนหงายงอเข่าเล็กน้อย กดส้นเท้าลงพื้นค้าง 10 วินาที 5–8 รอบ ถ้าเจ็บแปลบให้หยุด - บริหารสะโพก/ก้นร่วมด้วย: สะพานโค้ง (Glute bridge) แบบช้าๆ เน้นรู้สึกที่ก้นมากกว่าหลังต้นขา กายภาพบำบัดช่วยอะไรได้บ้าง? จากประสบการณ์ในคลินิก เคสที่ปวดนานหรือกลับมาเจ็บซ้ำ มักต้องแก้ทั้งการอักเสบ ความตึง และความแข็งแรงร่วมกัน เครื่องมืออย่าง PMS/Ultrasound ช่วยลดปวด ลดบวม กระตุ้นการไหลเวียน ส่วน Shockwave Therapy มักใช้ในจุดที่อักเสบ/บาดเจ็บเรื้อรังเพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ (โดยนักกายภาพจะประเมินความเหมาะสมเป็นรายคน) สุดท้าย ถ้าปวดลามลงน่อง ชาร้าว เหมือนไฟช็อต หรือปวดหลังร่วมด้วย อาจไม่ใช่แฮมสตริงอย่างเดียว ควรตรวจแยกกับอาการจากเส้นประสาท/หลัง เพื่อให้รักษาตรงจุดและกลับไปวิ่งได้ปลอดภัยค่ะ/ครับ

ค้นหา ·
เจ็บแฮมสตริง รักษายังไง