Tamburins น้ำหอมที่หอมที่สุดตั้งแต่ที่เคยใช้มา!

น้ำหอมอีก 1 ตัวที่เราต้องยกให้เป็นที่ 1 ในใจของเราเลยนั่นคือน้ำหอมของแบรนด์ Tamburins กลิ่น CHAMO เลยครับ🙌🏻

เมื่อแบรนด์ Tamburins เข้าไทยปุ๊ป เราก็รีบพุ่งตัวไปสอยน้ำหอมรูปไข่ชื่อดังในโซเชียลทันที! ซึ่งเมื่อได้ลองดมและได้ลองฉีดกับตัวดูแล้ว คือมันหอมมากกกก เมื่อยิ่งฉีดกับตัวมันยิ่งหอมเข้าไปอีก

ที่เราได้มาเป็นขนาด 14 mL ขนาดเล็กกะทัดรัดที่พกพาสะดวกมาก! ราคาช็อปไทยของน้องคนนี้อยู่ที่ 1,400฿ ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ดีมากๆ เลยครับ เพราะราคาไม่ได้ต่างจากที่เกาหลีมาก

ส่วนเรื่องการติดทน อันนี้ต้องยอมรับว่าแบรนด์อื่นๆ โดยเฉพาะแบรนด์ของคนไทยทำได้ดีกว่าอยู่แล้วครับ ซึ่งของ Tamburins นี้ถ้าฉีด (ปกติเราฉีด 1-2 ครั้ง) แล้วอยู่ในที่มีแอร์ทั้งวันหรืออากาศเย็นๆ จริงๆ ก็สามารถอยู่ได้ทั้งวันเลยครับ แต่ถ้าอากาศบ้านเราร้อนๆ แบบนี้ครึ่งวันกลิ่นก็หายแล้ว🥹

แต่ถ้าถามว่าคุ้มค่าคุ้มราคามากน้อยแค่ไหน ส่วนตัวให้ 100/10 เลยครับ เพราะชอบกลิ่นมากกกก นั่งดมตัวเองทั้งวัน😂 แพคเกจจิ้งรูปไข่ก็ดี พกพาก็สะดวกไม่หนักกระเป๋าเลยครับ

สำหรับใครที่อยากลองไปดม หรืออยากลองฉีดกับตัวก็สามารถไปลองได้ที่ช็อป ICONSIAM ได้เลยนะครับ พี่ๆ พนักงานคุยดี น่ารัก และเป็นกันเองมากๆ เลยครับ🤎

#น้ำหอมtamburins #tamburinsxjennie #น้ําหอม #น้ําหอมผู้หญิง #ป้ายยากับlemon8

1/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังเสิร์ชหา “Tamburins CHAMO perfume bottle” เพราะโดนตกด้วยขวดทรงไข่ในโซเชียลเหมือนเรา ขอสรุปประสบการณ์ใช้งานแบบเน้น “ตัวขวด + กลิ่น + วิธีใช้ให้คุ้ม” เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ อย่างแรกที่ทำให้หยิบใช้บ่อยคือ “ขวดทรงไข่” จริงๆ มันเป็นแพ็กเกจที่ทั้งสวยและใช้งานได้ดี จับถนัดมือ ขนาดเล็กใส่กระเป๋าได้ไม่กินที่ เหมาะกับคนชอบพกน้ำหอมไปเติมระหว่างวัน ที่เราชอบอีกอย่างคือกล่อง/ถุงกระดาษและการ์ดด้านในให้ฟีลของขวัญมากๆ ตั้งวางบนโต๊ะก็สวย ถ่ายรูปก็ขึ้น (สายสะสมแพ็กเกจจะฟิน) โทนกลิ่นของ CHAMO สำหรับเราเป็นแนว “หอมหวานสะอาด” ไม่เลี่ยน ให้ความรู้สึกคลีนๆ แต่ยังมีความนุ่มละมุน พอฉีดบนผิวจะยิ่งกลมกล่อมขึ้นเรื่อยๆ ใครที่ชอบน้ำหอมแนวสะอาดๆ แบบดูแพง ใช้ได้ทุกวัน ไปเรียน/ไปทำงาน/ไปคาเฟ่ น่าจะเข้าทางมาก เรื่องความติดทน เราว่าตัวนี้ขึ้นกับอากาศและผิวค่อนข้างชัด ถ้าอยู่ห้องแอร์หรืออากาศเย็น กลิ่นอยู่ได้นานกว่า แต่ถ้าวันไหนอากาศร้อน เหงื่อออกง่าย กลิ่นจะจางเร็ว แนะนำทริคส่วนตัวที่ช่วยได้คือ - ฉีดหลังอาบน้ำตอนผิวยังชุ่มนิดๆ หรือทาโลชั่นไร้กลิ่นก่อน - เน้นจุดชีพจร เช่น ข้อมือ ข้อพับแขน หลังหู - ถ้าอยากให้ฟุ้งนานขึ้น ฉีดที่เสื้อ/ผ้าพันคอเบาๆ (ทดสอบกับผ้าก่อน เพราะบางผ้าอาจเป็นคราบได้) - พกไซซ์เล็กไว้เติมช่วงบ่าย จะได้กลิ่นกลับมาชัดแบบไม่ต้องฉีดหนัก อีกจุดที่หลายคนสงสัยคือ “คุ้มไหมกับราคาไซซ์เล็ก” สำหรับเราไซซ์ 14 mL เหมาะมากกับคนอยากลองก่อนหรือคนที่ชอบพกพา และตัวขวดทำให้การหยิบมาเติมระหว่างวันสะดวกจริงๆ ถ้าใครยังไม่ชัวร์ แนะนำให้ไปลองฉีดบนผิวที่ช็อปก่อน แล้วเดินเล่นสัก 30–60 นาทีค่อยตัดสินใจ จะได้รู้ว่ากลิ่นบนผิวเราเป็นยังไงและติดทนแค่ไหนค่ะ