Automatically translated.View original post

Thai brand, beautiful color lip, juicy. Let's come to the drug label.🍒

2025/11/16 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังหาลิปแบรนด์ไทย/ลิปสติกแบรนด์ไทยที่ “พกแท่งเดียวก็เอาอยู่” เราแนะนำให้เริ่มจากเลือกตามเนื้อและสถานการณ์ก่อนค่ะ เพราะแต่ละเนื้อให้ฟีลคนละแบบมาก (และช่วยให้ไม่เผลอซื้อลิปซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว) 1) ลิปบาล์มแบบแท่งสีชมพู (สายปากแห้งต้องมี) วันไหนรีบ ๆ หรืออยากได้ปากสุขภาพดีแบบไม่ตั้งใจ ลิปบาล์มแบบแท่งคือหยิบง่ายสุด ทาได้โดยไม่ต้องกระจก ให้ความชุ่มชื้นและเติมสีชมพูระเรื่อ ๆ เหมาะกับวันทำงาน/ไปเรียน หรือวันที่แต่งหน้าเบา ๆ ถ้าอยากให้ติดทนขึ้น ให้ซับทิชชู่บาง ๆ แล้วทาซ้ำอีกรอบ จะได้ทั้งชุ่มและมีสีมากขึ้น 2) ลิปทินท์เนื้อน้ำสีชมพู (เน้นติดทน เบาสบาย) ทินท์เนื้อน้ำเหมาะมากกับคนที่ไม่ชอบความเหนอะ หรือชอบลุคปากไล่สี ทาแล้วรอเซ็ตนิดนึง สีจะติดแน่นขึ้น เวลาไปกินข้าวก็ยังเหลือสเตนอยู่ วิธีที่เราใช้คือแตะทินท์ด้านในปาก แล้วใช้นิ้วเกลี่ยออกมาขอบปาก จะดูละมุนกว่า และถ้าปากแห้งให้ลงบาล์มบาง ๆ ก่อน ไม่งั้นอาจตกร่องได้ค่ะ 3) ลิปออยล์สีฟ้า (ฉ่ำเงาแบบปากฟู) ลิปออยล์คือไอเทมที่ช่วย “กู้ชีพ” ตอนปากแห้งลอกหรืออยากเพิ่มความฉ่ำให้ลุคทันที สีฟ้าในแท่งส่วนใหญ่ทาแล้วจะใส/อมชมพูนิด ๆ ไม่ได้ฟ้าตามแพ็กเกจ ใช้ทับทินท์หรือทับลิปแมตต์ก็ทำให้ปากดูอิ่มขึ้น เหมาะกับวันออกงาน ถ่ายรูป หรือวันที่อยากให้หน้าดูแพงแบบ effortless 4) ลิปสติกเนื้อแมตต์สีเบจ (คมชัด ทางการ ถ่ายรูปขึ้น) เนื้อแมตต์สีเบจหรือโทนนู้ดคือสายทางการต้องมี ทาแล้วลุคดูเนี้ยบทันที แต่ต้องเลือกเฉดให้เข้ากับผิว: ผิวโทนอุ่นลองนู้ดอมพีช/น้ำตาลนิด ๆ จะไม่ป่วย ส่วนผิวโทนเย็นเลือกนู้ดอมชมพูจะรอดกว่า เคล็ดลับคือทาบาล์มบาง ๆ ก่อน แล้วค่อยลงแมตต์ จะสบายปากขึ้นและดูไม่แห้งเกิน ทริคเลือก “ลิปแบรนด์ไทย” ให้คุ้มและใช้จริง - ถ้าต้องพกติดกระเป๋า: เลือก 2 เนื้อก็พอ เช่น ทินท์ (ติดทน) + ออยล์/บาล์ม (เติมความฉ่ำ) - ถ้าชอบถ่ายรูป: เพิ่มลิปแมตต์ 1 สีที่เข้ากับผิว จะคอมพลีทลุคมาก - ถ้ากลัวแพ้: ลองทาบริเวณท้องแขนหรือมุมปากก่อน 1 วัน โดยเฉพาะกลิ่น/เมนทอล โดยรวม “ลิปสติกแบรนด์ไทย” เดี๋ยวนี้คุณภาพดีมาก สีสวยและแพ็กเกจน่าพกสุด ๆ ใครเป็นสายกระเป๋าหนักเหมือนกัน แนะนำจัดเซ็ตเล็ก ๆ แบบนี้ไว้ รับรองรอดทุกสถานการณ์ค่ะ