รีวิวหุ้นสุขภาพ คือหุ้นปลอดภัยจริงไหม?💊💉

📉📈ช่วงนี้ตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวนทั้งว่าที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐคนใหม่ (Fed) ความกังวลเรื่องหุ้นเทคที่ใข้เงินทุนสูงและกลุ่มซอฟแวร์สำนักงานที่ลงแบบดิ่ง เพราะ Ai เริ่มทำงานแทนบางส่วนได้ แล้วควรรับมือยังไงดี? วันนี้เราเลยหยิบหุ้น 1 กลุ่มมาเล่าให้ฟัง ว่าทำไมกลุ่มนี้รับมือความผันผวนได้แต่ปลอดภัยจริงไหม มาดูกัน👀🔦

💊กลุ่มหุ้นที่ว่านั้นก็คือ หุ้นสุขภาพนั่นเอง เนื่องจากหุ้นกลุ่มนี้เป็นหนึ่งในปัจจัย 4 พื้นฐานที่มนุษย์ขาดไม่ได้ กลุ่มบริษัทยาจึงมีการเติบโตอย่างสม่ำเสมอไปพร้อมกับประชากรโลก ยิ่งยาพัฒนาได้ดีเท่าไหร่ประชากรก็จะมีอายุยืนมากขึ้น จึงส่งผลให้ไม่ว่าจะข่าวหุ้นเทคโดนเทขาย ทองคำแร่เงินโดนเทขาย กลุ่มสุขภาพก็ยังยืนเขียวอยู่ได้ แต่การเติบโตของราคาอาจไม่พุ่งปรี๊ดแบบหุ้นเทค แต่จะค่อยๆขยับไป ทำให้เหมาะมาเป็นหลุมหลบภัยช่วงข่าวหุ้นเทคหรือกลุ่มอื่นตกแรงๆได้👼📉

🕶️มาดูตัวอย่างหุ้นสุขภาพจากพอร์ตเรากันน🔍

1️⃣ LLY (Eli Lilly)บริษัทที่ผลิตยาลดน้ำหนักและเบาหวาน รายได้หลักมาจากยารักษากลุ่มโรคที่เรื้อรังอย่างเบาหวานและการลดน้ำหนักแบบปลอดภัย แต่ความเสี่ยงเต็มๆจากการลดราคายาของสหรัฐส่งผลต่อราคา LLY แถมราคาหุ้นที่แพงด้วย💊

2️⃣ NTRA (Natera)บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพด้านการตรวจพันธุกรรม (DNA Testing) หุ้นนี้เป็นสาย Biotech เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีด้านการตรวจมะเร็ง โรคหายยาก การตรวจโลกในขณะตั้งครรถ์ แต่มีความเสี่ยงที่ใช้เงินลงทุนเยอะในการวิจัยและรายได้ก็ยังไม่เติบโตตามเป้า🦠🔬

3️⃣ JNJ (Johnson & Johnson) บริษัทสุขภาพครบวงจร ทั้งยา อุปกรณ์แพทย์ และเวชภัณฑ์ มีรายได้สม่ำเสมอจากทั้งยารักษาโรคและยาสามัญประจำบ้านคุ้นหูคนไทยอย่าง ไทลินอล (Tylenol) พาราแผงขายที่ต้องมีติดกระเป๋า JNJ ไม่ค่อยมีประเด็นเรื่องราคายาเพราะขายหลายอย่าง แถมยาพื้นฐานก็มีราคาถูก แต่การเติบโตอย่างไม่แรงมากเพราะ Market Cap ใหญ่มาก เลยเน้นโตแบบไม่หวือหวา💊💉

🛡️แล้วหุ้นสุขภาพ ปลอดภัยจริงไหม? ในมุมมองการลงทุนระยะยาวหุ้นกลุ่มสุขภาพมีการเติบโตแบบสม่ำเสมอแถมมีปันผลด้วย แต่ว่าปัจจัยหลักๆช่วงนี้ที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้ ร้อนๆหนาวๆได้นั่นคือ นโยบายพ่อใหญ่ทรัมป์ ที่จะลดราคายาให้ลงมาต่ำ คนสหรัฐเข้าถึงได้ง่าย ในระยะสั้นเหตุการณ์นี้ก็ทำให้หุ้นยาแดงทั้งแถวไปตามระเบียบ แต่เรามองว่าถ้ามีการปรับราคาเข้าที่แล้ว หุ้นยาก็จะกลับมาได้และช่วยประคองพอร์ตต่อไปได้🏰💵

🙋‍♂️ทุกคนล่ะครับมีหุ้นสุขภาพตัวไหนมาแบกพอร์ตช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนกันบ้าง มาแชร์กันได้นะคร้าบบ🙋‍♂️

❗️การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน❗️

#dime #เรื่องเงินเรื่องใหญ่ #การเงินการลงทุน #ลงทุนอะไรดี #เก็บเงิน

2/11 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในช่วงที่ตลาดหุ้นผันผวนอย่างมาก การเลือกลงทุนในหุ้นสุขภาพถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับหลายๆ คน ผมเองเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับหุ้นกลุ่มนี้เพราะมองว่าความต้องการสินค้าและบริการด้านสุขภาพยังคงเติบโตต่อเนื่องได้ในระยะยาว ประเด็นที่น่าสนใจคือหุ้นอย่าง Eli Lilly (LLY) ที่เน้นไปที่ยาลดน้ำหนักและเบาหวาน มองว่าแม้ราคาจะค่อนข้างสูงและประสบความเสี่ยงจากนโยบายลดราคายาของสหรัฐ แต่อย่างน้อยความต้องการยาโรคเรื้อรังเหล่านี้ก็ยังไม่เสื่อมคลาย นอกจากนี้การที่บริษัทลงทุนอย่างหนักในเทคโนโลยีเซลล์และพันธุกรรม ก็สร้างโอกาสการเติบโตในอนาคต ส่วน Natera (NTRA) ที่ทำงานด้านเทคโนโลยีชีวภาพและตรวจพันธุกรรม มองว่าเป็นกลุ่มที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้ามาก กระนั้นการพึ่งพาการลงทุนวิจัยจำนวนมากก็ส่งผลต่อความผันผวนของธุรกิจ นักลงทุนจึงต้องใจเย็นและทนต่อความขึ้นๆ ลงๆ ได้ อีกตัวอย่างที่มั่นคงและเป็นที่นิยมคือ Johnson & Johnson (JNJ) ที่ทำครบทั้งยา อุปกรณ์แพทย์ และเวชภัณฑ์ มีรายได้มั่นคงและปันผลสม่ำเสมอ จุดเด่นคือมีหลายสายผลิตภัณฑ์ทำให้ความเสี่ยงลดลง และเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการความนิ่งในพอร์ต ประสบการณ์ลงทุนของผมพบว่า หุ้นสุขภาพช่วยประคองพอร์ตในยุคที่หุ้นเทคโนฯ ดิ่งหนัก ใครที่กลัวความเสี่ยงล้วนมักเลือกหุ้นกลุ่มนี้เป็นหลัก ปัจจัยที่ต้องติดตามเช่นนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับราคายา หรือการพัฒนายาใหม่ๆ ยังเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลต่อการขึ้นลงของหุ้นสุขภาพ สุดท้าย ผมอยากชวนทุกคนที่ลงทุนหุ้นสุขภาพมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันว่าในพอร์ตของคุณมีหุ้นสุขภาพตัวไหนที่ช่วยให้ผ่านช่วงเวลาตลาดหวั่นไหวได้บ้าง พร้อมแชร์มุมมองเรื่องการบริหารพอร์ตเพื่อรับมือความเสี่ยงในระยะยาว

ค้นหา ·
หุ้นสุขภาพ