📌ป้ายฟิวเจอร์บอร์ด หนา 4 มิล
📌ไดคัทตามรูปทรง/ ตัดตรงๆ
📌ความละเอียด สีชัด
📌สีสดใส หมึกกันน้ำ แช่น้ำได้ โดนแดดได้
📌ขนาด A3 / A4 /A2
📌มีขาตั้ง /ไม่มีขาตั้ง
ถ้าใครกำลังจะทำ “ป้ายกาแฟ” ไว้ตั้งหน้าร้านหรือวางบนเคาน์เตอร์ เราแนะนำให้เริ่มจากการเลือกวัสดุให้เหมาะก่อนค่ะ รอบนี้เราใช้ฟิวเจอร์บอร์ดหนา 4 มม. เพราะน้ำหนักเบา ยกไปออกบูธง่าย แต่ยังแข็งแรงพอให้ตั้งได้ไม่งอ และที่ชอบมากคือพิมพ์แล้วสีคมชัด เหมาะกับงานเมนูเครื่องดื่มอย่างกาแฟ/ชานมไข่มุก/ชาเขียวญี่ปุ่น ที่ต้องให้รูปดูน่ากินและอ่านราคาได้ไว ทริคออกแบบป้ายกาแฟให้คน “เห็นแล้วสั่ง”: 1) หัวป้ายต้องสั้นและใหญ่ เช่น “กาแฟเข้ม”, “เมนูแนะนำ”, “โปรวันนี้” ใช้ฟอนต์หนา อ่านได้จากระยะ 2–3 เมตร 2) ใส่ราคาให้เด่นกว่ารายละเอียดเสมอ (หลายคนตัดสินใจจากราคาใน 3 วินาที) 3) จำกัดจำนวนเมนูบนป้ายเดียวไม่ให้แน่นเกินไป ถ้ามีหลายเมนู แยกเป็นหลายแผ่น A4 จะอ่านง่ายกว่า 4) ใช้สีพื้นตัดกับตัวหนังสือ เช่น พื้นอ่อน-ตัวเข้ม หรือพื้นเข้ม-ตัวอ่อน จะช่วยให้ตัวอักษรชัดบนภาพถ่ายและเวลาโดนแดด เรื่องขนาดที่คนสั่งบ่อย: - A4: เหมาะวางบนโต๊ะ/หน้าแคชเชียร์ เป็นป้ายแนะนำเมนูหรือ QR สั่งซื้อ - A3: เหมาะตั้งหน้าร้าน หรือข้างตู้โชว์ให้เห็นชัดขึ้น - A2: เหมาะทำเป็นป้ายหลักหน้าบูธ/หน้าร้าน ให้คนเดินผ่านสะดุดตา แบบตัดก็สำคัญค่ะ ถ้าต้องการความน่ารักหรือให้เข้ากับธีมเครื่องดื่ม สามารถไดคัทตามรูปทรงได้ เช่น แก้วกาแฟ แก้วชานมไข่มุก หรือแก้วชาเขียวญี่ปุ่น แต่ถ้าต้องการความเรียบร้อยและประหยัดพื้นที่ ตั้งง่าย ก็เลือกตัดตรงแบบสี่เหลี่ยมจะคลาสสิกสุด อีกอย่างที่คนทำร้านเครื่องดื่มต้องเจอคือ “โดนน้ำ” ไม่ว่าจะเป็นไอน้ำ น้ำหก หรือฝนสาดหน้าร้าน ดังนั้นงานพิมพ์หมึกกันน้ำจะช่วยให้ป้ายดูใหม่ได้นาน แถมวางกลางแดดได้ สีไม่ซีดง่าย เหมาะกับร้านที่ตั้งป้ายหน้าร้านทุกวัน สุดท้าย ถ้าจะตั้งพื้น/ตั้งหน้าร้าน แนะนำเลือกแบบมีขาตั้ง จะวางได้หลายจุดและย้ายง่าย แต่ถ้าจะติดผนัง/วางพิง/ใส่กรอบ ก็เลือกแบบไม่มีขาตั้งจะบางและจัดเก็บสะดวกค่ะ














