ร่าง พ.ร.บ.Thacca สรุป

วันนี้30/05/69 ได้ดูและฟังยูทูปผู้บริหารพรรคเพื่อไทยพูดถึง ร่าง พ.ร.บ.Thacca สรุปให้อ่านดังนี้

## ⚡️ เจาะ 5 ไฮไลต์ร่าง พ.ร.บ. THACCA: กฎหมายพลิกโฉม Soft Power

1.กำเนิด “Super Agency” เบ็ดเสร็จจุดเดียว

* **อดีต:** งานกระจายและซ้ำซ้อน มวยไทยอยู่ท่องเที่ยว ผ้าไทยอยู่มหาดไทย หนังอยู่วัฒนธรรม

* **อนาคต:** ยุบรวมอำนาจและขับเคลื่อนผ่าน **THACCA** เป็น One-Stop Service อนุมัติทุน 11 สาขาสร้างสรรค์แบบไร้รอยต่อ!

2.โมเดล “เอกชนนำ ราชการหนุน”

* บอร์ดบริหารหลักเน้น **”ตัวจริงและผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน”** ในแต่ละอุตสาหกรรม เพื่อให้ออกนโยบายที่ตอบโจทย์ธุรกิจและการโกอินเตอร์ได้จริงๆ โดยมีภาครัฐคอยซัพพอร์ตงบประมาณและข้อกฎหมาย ปิดจุดอ่อนระบบราชการที่ไม่เข้าใจคนทำงานศิลปะ

3.กองทุน THACCA” ทุนเข้าถึงง่ายของรายย่อย

* จัดตั้ง **กองทุนส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์** ปลดล็อกเงื่อนไขยุ่งยากแบบเดิม ตัดขั้นตอนงานเอกสารที่ซับซ้อน เพื่อให้ศิลปิน นักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ และผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงเงินทุนสนับสนุนเพื่อผลิตผลงานส่งออกได้อย่างรวดเร็ว

4.ปลดล็อกสร้าง Ecosystem ดึงดูดทุน

* ไม่ใช่แค่ให้เงินทุน แต่สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน ด้วยมาตรการให้ผู้ลงทุน และเปิดพื้นที่ทดลองกฎหมาย (Regulatory Sandbox) เช่น ผ่อนปรนการขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ และการทำ Talent Visa เพื่อดึงตัวกลั่นระดับโลกมาร่วมงานในไทย

5.เซฟ “คนหลังกล้อง” คุ้มครองแรงงานสร้างสรรค์

* มิติใหม่ของกฎหมายไทย! มุ่งยกระดับสวัสดิการ มาตรฐานค่าแรง สัญญาจ้างที่เป็นธรรม และชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสมของคนทำงานทุกระดับ ตั้งแต่ทีมงาน กองถ่าย ฟรีแลนซ์ ไปจนถึงนักเขียน เพื่อยุติการกดขี่แรงงานในวงการสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน

> **มุมมองนักกฎหมาย ⚖️:**

> นี่คือ “กฎหมายเชิงรุก” (Proactive Law) ที่เปลี่ยนบทบาทภาครัฐจาก “ผู้ควบคุม/เซนเซอร์” มาเป็น “ผู้สนับสนุนและร่วมลงทุน” จุดเดียวที่ต้องจับตาต่อในชั้นสภา คือการเคลียร์เส้นแบ่งอำนาจระหว่าง THACCA กับกระทรวงเดิม ไม่ให้เกิดความทับซ้อนในภาคปฏิบัติ

: **Noom^^Idea 🇹🇭**

📌 **#THACCA #SoftPower #พรรคเพื่อไทย #พรบสร้างสรรค์ #อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ #คนหลังกล้อง #CreativeEconomy #เพื่อไทย**

5/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. THACCA ถือเป็นการปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยครั้งใหญ่ ที่เน้นการรวมศูนย์การบริหารจัดการไว้ในที่เดียว ผ่านการจัดตั้งสำนักงานส่งเสริมวัฒนธรรมสร้างสรรค์ (THACCA) ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมหลัก (One-Stop Service) เพื่อให้การอนุมัติทุนและการขับเคลื่อนงานในกว่า 11 สาขาวิชาชีพสร้างสรรค์เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ จากประสบการณ์ของคนทำงานในวงการนี้ เรื่องความซ้ำซ้อนและความล่าช้าในการขออนุมัติทุนเป็นปัญหาหลักที่พบเจอบ่อย กฎหมายฉบับนี้จึงลดขั้นตอนเอกสารและเงื่อนไขซับซ้อน เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงทุนสนับสนุนได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีโมเดล "เอกชนนำ ราชการหนุน" ที่บอร์ดบริหารประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชนจริงๆ ช่วยให้แนวนโยบายตอบโจทย์ธุรกิจและส่งเสริมการโกอินเตอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดที่น่าสนใจก็คือการสร้างระบบนิเวศน์ (Ecosystem) ที่เอื้อต่อการลงทุนและสร้างงาน ผ่านมาตรการที่ผ่อนปรนข้อกฎหมายเดิม เช่น การอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ที่สะดวกขึ้น และการออก Talent Visa เพื่อดึงดูดมืออาชีพระดับโลกมาร่วมงานในไทย ทำให้ประเทศเรามีศักยภาพแข่งขันในตลาดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และ Soft Power ของโลกได้มากขึ้น อีกประเด็นที่สะท้อนถึงความใส่ใจต่อคนทำงานก็คือการคุ้มครองแรงงานในภาคสร้างสรรค์ ตั้งแต่ทีมหลังกล้อง ฟรีแลนซ์ ไปจนถึงนักเขียน ผ่านการยกระดับมาตรฐานสวัสดิการ สัญญาจ้างที่เป็นธรรม และชั่วโมงการทำงานที่เหมาะสม นี่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาการกดขี่แรงงานและส่งเสริมความยั่งยืนในวงการนี้ จากมุมมองของคนที่ติดตามและลงมือทำงานเกี่ยวกับกฎหมายและนโยบายด้านวัฒนธรรมสร้างสรรค์ กฎหมายเชิงรุกนี้ไม่ได้เป็นแค่การควบคุม แต่เป็นการผลักดันให้ภาครัฐเป็นผู้สนับสนุนและร่วมลงทุนอย่างแท้จริง สิ่งที่ต้องจับตาก็คือการชี้ขาดหรือจัดสรรอำนาจระหว่าง THACCA กับกระทรวงต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการทับซ้อนในภาคปฏิบัติที่จะกระทบต่อการขับเคลื่อนนโยบาย สำหรับคนที่มีความสนใจและกำลังทำงานในแวดวงการสร้างสรรค์ ถือว่าร่าง พ.ร.บ. THACCA นี้เป็นกฎหมายที่จะมาสร้างโอกาสและแรงสนับสนุนที่สำคัญ ช่วยให้ไทยสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรม Soft Power ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในระดับโลก