Review of Public Hospitals (BMA) Part1
Hello, everyone would like to know that we have been working at a state hospital since we graduated from a new school, can do about 2 years and then quit (4 years of scholarship, but can do 2 years, 2 years of scholarship) during the whole learning period, both people and accumulation of DEA. This really teaches a lot. It is a place to build a protective island for us, but at the same time it is also a place that makes us almost Tui too. ❗️
Advantages of State Hospital
1. Learn a lot of work and people too.
2. Have accumulated experience
3. Get a lot of money
4. Have trained patience
5. Have a fixed holiday. Can request duty (stop > = 8 days / month)
Disadvantages of State Hospital
1. Heavy duty, swirling around (used to / h 3 days stuck)
2. Load a lot of work. Non-rated. OT added.
3. Work in the quality of the hospital
4. Get a lot of tax deductions (10%)
Salary of State Hospital
The latest 15,000 abstention should have already been adjusted to 18,000.
PTT 1,500 (PTT = composite leaf) + carpool / OT and OT
And maybe have some part time.
Total starts at 16,500 - 45,000 ฿💵
Good for the work of the State Hospital.
Direct Disbursement of Medical Care Free of Charge (Except with Out-of-Account Medicine ~ 50 ฿) Parents, Wife, Husband, Children Use Right with Us
Anyone interested in asking or wanting to share information can comment immediately. Come to Part 2, private hospitals in BMA and T.w., please follow with# Registered nurse # State hospital # Salary review # Trending # Nurse salary
จากที่เราเคยอยู่โรงพยาบาลรัฐ (สังกัดกทม.) เลยอยากเสริมมุม “ฝั่งคนไข้/ญาติ” สำหรับคนที่กำลังจะไปนอนโรงพยาบาลรัฐ หรือกำลังชั่งใจเรื่อง “ห้องรวมโรงพยาบาลรัฐ vs ห้องพิเศษโรงพยาบาลรัฐ” รวมถึงทริคเวลาต้อง “นั่งรอคิวโรงพยาบาล” และ “นั่งรอหมอตรวจกลางคืน” เพราะเป็นคำถามที่เจอบ่อยมาก 1) ห้องรวมโรงพยาบาลรัฐเป็นยังไง เหมาะกับใคร ห้องรวมจะประหยัดกว่าและมักเต็มเร็ว เหมาะกับเคสที่ต้องนอนสังเกตอาการไม่นาน หรือคนที่ไม่ได้ซีเรียสเรื่องความเป็นส่วนตัวมาก สิ่งที่ควรเตรียมไปเอง: ปลั๊กพ่วง/สายชาร์จยาว, หูฟัง, ผ้าห่มบางๆ, ทิชชู่เปียก, เจลล้างมือ และของใช้ส่วนตัว เพราะบางช่วงคนไข้เยอะ เจ้าหน้าที่วิ่งงานค่อนข้างถี่ 2) ห้องพิเศษโรงพยาบาลรัฐ / ห้องพิเศษโรงพยาบาลภูมิพล ราคา (แนวทางเช็คก่อนจอง) เรื่อง “ราคา” ห้องพิเศษแต่ละโรงพยาบาลไม่เท่ากัน และขึ้นกับประเภทห้อง (เดี่ยว/คู่/พิเศษรวมบริการ) แนะนำวิธีเช็คที่ไวที่สุดคือโทรถามงานผู้ป่วยใน/ประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลนั้นๆ แล้วถามให้ครบ 4 ข้อ: (1) ค่าห้องต่อคืน (2) ค่าบริการพยาบาล/ค่าบริการโรงพยาบาลแยกไหม (3) รวมอาหาร/อุปกรณ์พื้นฐานอะไรบ้าง (4) ถ้าเต็มมี waiting list หรือสามารถ “เริ่มห้องรวมแล้วรอย้าย” ได้ไหม 3) ไปโรงพยาบาลรัฐในกรุงเทพฯ ควรไปกี่โมง เพื่อลดเวลานั่งรอคิว ถ้าเป็น OPD เช้า แนะนำไปก่อนเวลาเปิดบัตร/เปิดจุดคัดกรองสักหน่อย โดยเฉพาะวันจันทร์หรือหลังวันหยุดยาว คนจะเยอะมาก ถ้ามีใบนัดให้พกใบนัดไปด้วยทุกครั้ง จะช่วยเรื่องลำดับคิวและการลงทะเบียนเร็วขึ้น 4) นั่งรอหมอตรวจกลางคืน (ER/ฉุกเฉิน) ทำไมถึงนาน และควรทำตัวยังไง ช่วงกลางคืนแพทย์และทีมจะประเมินตาม “ความเร่งด่วน” ไม่ได้เรียงตามมาก่อน-หลังเสมอ ถ้าไม่ใช่เคสฉุกเฉินจริงอาจต้องรอนานขึ้น สิ่งที่ช่วยได้คือเตรียมข้อมูลให้พร้อม: โรคประจำตัว ยาที่กินอยู่ ประวัติแพ้ยา อาการเริ่มเมื่อไหร่ วัดไข้/ความดันได้ไหม และถ้าอาการเปลี่ยน (หอบ เหนื่อย ซึม เจ็บแน่นอก เลือดออกมาก) ให้รีบแจ้งพยาบาลทันที 5) มุมงานพยาบาล: ตาราง OT และความจริงเรื่องเวร ในมุมคนทำงาน “ตาราง OT/ค่าเวร” จะขึ้นกับหน่วยงานและจำนวนคนในทีม บางเดือนเวรถี่มาก วันหยุดน้อย ทำให้รายได้รวมขึ้น แต่แลกกับการพักผ่อนน้อย แนะนำสำหรับน้องๆที่กำลังจะเริ่มงานคือ จดรายรับ-รายจ่ายแยกเป็น เงินเดือน/พตส./ค่าเวร/OT จะเห็นภาพชัดว่ารายได้ขึ้นลงตามเวรจริง และวางแผนพัก/สุขภาพได้ดีขึ้น หวังว่าส่วนเสริมนี้ช่วยให้คนที่กำลังจะไปโรงพยาบาลรัฐ หรือกำลังหาข้อมูลเรื่องห้องพิเศษ/ห้องรวม และการรอคิว เข้าใจภาพรวมมากขึ้นนะคะ ถ้าอยากให้เราเล่ามุมการเตรียมของไปนอนโรงพยาบาลรัฐแบบละเอียด (เช็กลิสต์เต็มๆ) บอกได้เลย



