IELTS WRITING ทริคฝึกเขียนจาก SAMPLE 📝🔥💻

[PREP HACKS] แชร์ประสบการณ์การเรียน IELTS WRITING ด้วยวิธีการเขียนซ้ำ SAMPLE

นักเรียนที่ได้คะแนนสูงของ Prep หลายคนได้แชร์ประสบการณ์การเรียน IELTS WRITING ว่าน้องๆ ใช้วิธีเขียนซ้ำ SAMPLE (คือการเขียนซ้ำบทความตัวอย่างที่ได้คะแนนสูง หนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง) เพื่อเรียนรู้วิธีการให้เหตุผล คิดอย่างมีตรรกะ รวมถึงเพิ่มคำศัพท์และโครงสร้างไวยากรณ์ที่ดี

🐝3 ขั้นตอนในการฝึก Writing ด้วยการเขียนซ้ำบทความ SAMPLE

✅ ขั้นตอนที่ 1: อ่านและทำความเข้าใจรูปแบบและหัวข้อ

ใน IELTS Writing จะมีรูปแบบคำถามที่พบบ่อย เช่น Opinion Essay (Agree / Disagree), Discuss both views, Causes / Effects / Solutions เป็นต้น เมื่อเข้าใจรูปแบบคำถามแล้ว คุณจะรู้วิธีการที่คนเขียนใช้ในการวางโครงเรื่องและการตอบในบทความตัวอย่าง

✅ ขั้นตอนที่ 2: จดคำศัพท์และ collocation ที่ใช้ในบทความตัวอย่าง

การจดคำศัพท์จะช่วยเพิ่มคลังคำศัพท์ของคุณในหลายๆ หัวข้อ ทำให้คุณสามารถเพิ่มคะแนนด้านคำศัพท์ได้มากขึ้น

✅ ขั้นตอนที่ 3: เรียนไวยากรณ์ที่ใช้ในบทความตัวอย่าง

ควรสังเกตการใช้ tense, ประโยคสั้น, ประโยคยาว, และประโยคที่เชื่อมโยงกันในบทความ การดูวิธีขยายความในบทความช่วยให้คุณมีมุมมองที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้น

#ieltsbyprep #แบ่งปันประสบการณ์สอบielts #ieltsเตรียมตัว #ieltswriting #ieltsthailand

2025/4/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชว่า “ฝึก writing ielts” แล้วไม่รู้จะเริ่มยังไง เราว่าวิธีที่เวิร์กสุด (และทำได้ทุกวันแบบไม่ตัน) คือการฝึกจาก Sample คะแนนสูง แต่ทำให้เป็น “ระบบ” มากขึ้น จะช่วยให้พัฒนาคะแนนจริง โดยเฉพาะ Lexical Resource กับ Grammar 1) วางตารางฝึก 7 วัน (ทำสั้นแต่สม่ำเสมอ) - Day 1: อ่าน Sample 1 เรื่องแบบจับโครง (Intro–Body–Conclusion) และวงประโยค Topic sentence ของแต่ละย่อหน้า - Day 2: จด Collocations + topic specific words (เช่น business responsibilities, take accountability, corporate governance) แล้วแต่งประโยคของเราเอง 8–10 ประโยค - Day 3: ลอก “โครง” ไม่ลอก “คำ” เขียนใหม่ด้วยคำของเรา (paraphrase) ให้ได้ 250–290 คำสำหรับ Task 2 - Day 4: โฟกัส Linking devices (however, therefore, in addition, as a result) แล้วเช็กว่าทุกย่อหน้าเชื่อมเหตุผลลื่นไหม - Day 5: โฟกัส Complex structures 5 แบบที่เจอใน Sample (เช่น relative clause, concessive clause, conditionals) แล้วใส่ให้พอดี 3–5 ประโยค - Day 6: เขียนจับเวลา (Task 2 40 นาที / Task 1 20 นาที) เพื่อฝึกให้จบเป็นงานจริง - Day 7: รีวิวข้อผิดพลาดเดิมๆ ทำเป็นลิสต์ “ห้ามพลาด” ของตัวเอง 2) วิธี “เขียนซ้ำ Sample” ที่ไม่กลายเป็นท่องจำ รอบแรกเขียนตาม Sample ได้เลยเพื่อให้มือชินกับ flow และตรรกะการให้เหตุผล แต่รอบสองให้เปลี่ยน 3 อย่าง: (1) เปลี่ยนตัวอย่างประกอบ (2) เปลี่ยนคำเชื่อมบางจุด (3) เปลี่ยนประโยคเปิด/ปิดย่อหน้า วิธีนี้ยังได้ประโยชน์เรื่องโครงสร้างเหมือนเดิม แต่ภาษาเป็นของเราเองมากขึ้น 3) เช็กลิสต์ก่อนส่ง/ก่อนจบเวลา (ลดพลาดแบบเห็นผล) - Task 2: มี “จุดยืน” ชัดตั้งแต่ Intro ไหม (สำหรับ Opinion) - แต่ละ Body paragraph มี 1 main idea + 1–2 supporting ideas + example ไหม - ใช้ collocations ได้ถูกคู่คำไหม (ไม่ใช่แค่คำศัพท์ยาก) - Grammar: ตรวจ tense ให้คงที่, subject-verb agreement, article (a/an/the) โดยเฉพาะคำทั่วไป - Cohesion: อย่าใช้ linking words เยอะเกินจนดูฝืน เลือกเท่าที่จำเป็น 4) ไอเดียเก็บคำศัพท์ให้ใช้ได้จริง เวลาจดจาก Sample อย่าจดเป็นคำโดดๆ ให้จดเป็น “แพ็ก” เช่น - take responsibility for + N - play a vital role in + Ving - lead to / result in + N จากนั้นแต่งประโยคเกี่ยวกับหัวข้อที่ออกบ่อย เช่น education, environment, technology, business responsibilities จะช่วยให้ดึงไปใช้ได้ทันทีตอนสอบ 5) ถ้าอยากวัดพัฒนาการไว ลองเก็บงานเป็น 3 เวอร์ชัน: เวอร์ชันแรก (ก่อนดู Sample), เวอร์ชันฝึกเขียนซ้ำ (ตาม Sample), และเวอร์ชันจับเวลา (จำลองสอบ) แล้วเทียบว่า LR/CC ดีขึ้นตรงไหน เราทำแบบนี้แล้วเห็นชัดมากว่า “การจด collocations + โครงสร้างประโยค” ช่วยดันคะแนนเร็วกว่าอ่านเฉยๆ สุดท้าย ถ้าทำตามนี้ต่อเนื่อง 2–3 สัปดาห์ จะเริ่มรู้สึกว่าไม่กลัวหัวข้อใหม่ เพราะมีคลัง collocations, linking devices และ complex structures จาก Sample ติดตัวอยู่แล้ว ทำให้ฝึก writing ielts ได้เป็นระบบและเขียนลื่นขึ้นจริงๆ

ค้นหา ·
วิธีทำ IELTS Writing