自動翻訳されています。元の投稿を表示する

⏳ 「私を待ってて」、英語。❌話さないで。私を待っててください。

多くの人が言う、

❌私を待ってください。

しかし実際には、外国人はこれを使いません。

✅正しい。あなたは言わなければなりません。。。

👉私を待ってください。⭐

(私の体重)

待ってて

📌。覚えやすいです。

🧠+FOR+PEOPLE

❌待っていない+人。

✨「私を待って」の代わりに使える別の文です(よく使われます!)

👉ちょっと待って。✋

(ちょっと待って)

ちょっと待って。

👉ちょっと待って。

(ハングオン)

一緒に待つ

👉ちょっと待ってください。⏱️

(Givにはsech-kendがあります)

ちょっと待ってください。

👉ちょっと待ってください。

(ただのMo-Ignant)

ちょっと待って。

👉ちょっと待ってください。🙏

(Mo-イグナントプレスの日)

=ちょっと待ってください(丁寧)

🧠簡単な要約。すぐに覚えておいてください。

•❌待って=間違っている

•✅私を待ってください=わかりました。

丁寧🔹→ちょっとお待ちください。

互いに🔹→Hold on/Hang on

#英語の #語学トレーニング #英語を話す #自分で英語を練習する #レモンを使って言語を練習する8

2/1 に編集しました

... もっと見るหลายคนที่เรียนภาษาอังกฤษมักจะทำความเข้าใจผิดเรื่องการใช้คำว่า "รอฉัน" เป็นภาษาอังกฤษ โดยมักพูดว่า "wait me" ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่การใช้ที่ถูกต้อง จากประสบการณ์ส่วนตัว การเข้าใจว่า "wait" ต้องตามด้วย "for" เมื่อต้องการให้ใครสักคนรอเรา เป็นเรื่องง่ายที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจเวลาใช้ภาษาอังกฤษจริง ๆ นอกจากประโยคหลักอย่าง "Wait for me" ที่ใช้ทั่วไป ยังมีสำนวนอื่น ๆ ที่ช่วยสร้างความหลากหลายของการสื่อสารได้ดี เช่น - "Hold on" และ "Hang on" สำหรับใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการให้รอสักครู่แบบไม่เป็นทางการและผ่อนคลาย - "Give me a second" และ "Just a moment" ช่วยให้การขอเวลารอเป็นธรรมชาติและสุภาพ - "One moment, please" เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องการแสดงความสุภาพและเป็นทางการมากขึ้น โดยสรุป การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันแบบนี้สะท้อนถึงความเข้าใจโครงสร้างประโยคและความเหมาะสมของสถานการณ์ที่ต่างกัน นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ฟังเข้าใจเจตนาได้ชัดเจนและไม่สับสน ผมเองเมื่อเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษได้ลองเปลี่ยนจาก "wait me" เป็น "wait for me" ก็ได้รับคำชมว่าใช้ภาษาได้ดียิ่งขึ้น แล้วทำให้รู้สึกว่าการสื่อสารเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือกว่าเดิม หลายครั้งที่ใช้สำนวนเสริมเพื่อทำให้บทสนทนาดูเป็นกันเองหรือสุภาพขึ้นตามบริบทของสถานการณ์จริง สุดท้ายนี้ แนะนำให้ฝึกใช้ประโยคเหล่านี้ให้คล่อง จะช่วยให้พูดภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและถูกต้องมากขึ้น และลดการใช้ภาษาแบบผิดหลักที่อาจทำให้ผู้ฟังสงสัยหรือไม่เข้าใจเจตนาของเราอย่างแท้จริง