Automatically translated.View original post

Very similar. Compared. Punch to punch.

6/1 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังเล็ง “ลาโรช” แล้วลังเลว่าจะสู้กับ Skintific ได้ไหม เรามาแชร์วิธีเลือก/วิธีใช้แบบใช้งานจริงให้เห็นภาพมากขึ้นค่ะ (No spon และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบุคคลจริงๆ) 1) เลือกตาม “จังหวะใช้” มากกว่ายี่ห้อ - ถ้าต้องใช้ก่อนแต่งหน้า: เราให้ความสำคัญกับเนื้อสัมผัสที่ซึมไว ไม่เหนอะ และไม่เป็นคราบระหว่างลงกันแดด/รองพื้น ถ้าคุณเคยเจอปัญหาทาครีมแล้วเมคอัพเป็นขุย ให้ลองทาบางๆ แล้วรอเซ็ตตัว 3–5 นาทีค่อยลงสเต็ปถัดไป จะช่วยลดคราบได้เยอะ - ถ้าเน้นใช้กลางคืน: กลางคืนเรามักจะ “ทาหนาๆหน่อย” เพื่อแพ็คล็อคความชุ่มชื้น โดยเฉพาะวันที่ผิวแห้ง ลอก หรือรู้สึกผิวอ่อนแอ ช่วงนี้มอยส์ที่ปลอบประโลมผิวและล็อคความชุ่มชื้นดีจะตอบโจทย์มาก 2) ทริคเทสเนื้อสัมผัสให้รู้ว่าเหมาะกับผิวเราไหม ลองป้ายบนหลังมือแล้วถูเบาๆ 10 วินาที สังเกต 3 อย่าง - ซึมไวแค่ไหน (เหมาะกับเช้า) - ความเหนอะ/ความลื่นเคลือบ (เหมาะกับกลางคืนหรือวันผิวแห้ง) - มีโอกาสเป็นคราบไหม: ลองทาทับด้วยกันแดดที่ใช้ประจำ ถ้าเริ่มจับตัวเป็นขุย แปลว่าคู่กันไม่ค่อยเข้ากัน อาจต้องลดปริมาณหรือเปลี่ยนลำดับการทา 3) ผิวแพ้ง่ายควรใช้ยังไงให้ “กู้ผิว” แบบไม่เสี่ยง - เริ่มจากปริมาณน้อยๆ ก่อน 2–3 วันแรก แล้วค่อยเพิ่ม - วันที่ผิวระคายง่าย ให้สกินแคร์น้อยชิ้น: ล้างหน้า > มอยส์เจอไรเซอร์ > กันแดด (ตอนเช้า) - ถ้ารู้สึกแสบ/คัน/ผื่นขึ้น ให้หยุดแล้วกลับไปใช้รูทีนที่ผิวรับได้ก่อน 4) สลับใช้ให้คุ้ม: แพ็คคู่ก็รอด บางคนใช้ “combo ตัวปัง” ได้โดยแยกเวลา เช่น เช้าใช้ตัวที่ซึมไวแต่งหน้าง่าย ส่วนกลางคืนใช้ตัวที่เคลือบผิวหน่อยเพื่อปลอบประโลมผิวและล็อคความชุ่มชื้นดี วิธีนี้ช่วยบาลานซ์ทั้งเรื่องคราบและความชุ่มชื้นได้ดีมาก 5) สรุปแนวคิดเลือก “ลาโรช” ให้เข้ากับเรา ถ้าเป้าหมายคือผิวดูแข็งแรงขึ้น ชุ่มชื้น และอยากได้ความมั่นใจเรื่องผิวแพ้ง่าย ให้โฟกัสที่เนื้อสัมผัสและการใช้งานจริงของคุณเป็นหลัก แล้วค่อยตัดสินใจตามงบ เพราะบางทีผลลัพธ์ “พอๆกัน” ในแง่กู้ผิว แต่ความสบายผิว/ความเข้ากับเมคอัพต่างกันค่ะ