Automatically translated.View original post

What can I do for BIG4?🤔

⭐ is a personal experience.

💜 this job, we dare say, is a job that makes us grow up a lot, excel skills from here, but it is exchanged for a lot of lost life time, not a lot of time, often going to the provinces, and very little sleep.

Whoever is introvert is secretly a little difficult because Job keeps changing. Meet new people. There are a lot of good and strange people. 😓 Life seems to survive all the time. But we also get good friends from this job. This personal salary is good. Even if there is OT that month, it's a bit of fun. But some months, it's like no. Let's sleep instead.

# Big4 # Auditors # Audition # audition big4 # Job review

5/16 Edited to

... Read moreเผื่อใครกำลังเสิร์ชว่า “Big 4 คืออะไร” และ “Big 4 มีอะไรบ้าง” ก่อนจะกดสมัครงานหรือเลือกสายออดิท ขอเล่าแบบเข้าใจง่ายจากมุมคนที่เคยอยู่ในบรรยากาศงานจริงนะคะ Big 4 คือกลุ่มบริษัทตรวจสอบบัญชี/ที่ปรึกษาระดับโลก 4 เจ้าใหญ่ ซึ่งในไทยก็มีออฟฟิศและรับเด็กจบใหม่เยอะมาก ๆ โดยทั่วไป Big 4 จะหมายถึง Deloitte, PwC, EY และ KPMG (ชื่อไทย/ชื่อเต็มอาจต่างกันเล็กน้อยตามนิติบุคคล) คนส่วนใหญ่รู้จัก Big 4 เพราะเป็น “โรงเรียนงาน” ที่โหดแต่ปั้นคนไว งานแน่นจริง แต่ชื่อองค์กรช่วยเปิดโอกาสในอนาคตได้ดี แล้ว Big 4 ทำอะไรบ้าง? หลัก ๆ ไม่ได้มีแค่งาน “ตรวจบัญชี (Audit)” อย่างเดียว ยังมีสาย Tax (ภาษี), Advisory/Consulting (ที่ปรึกษา), Deal/Transaction, Risk และบริการอื่น ๆ อีก แต่บทความนี้ขอโยงกับสาย Auditor เป็นหลัก เพราะชีวิตจะค่อนข้างชัด: ช่วงพีคจะทำงานไม่เป็นเวลา มี OT เยอะ เดินทางไปไซต์ลูกค้าบ่อย โดยเฉพาะงานนับสต็อก/ลงพื้นที่ต่างจังหวัด บางทีกลับบ้านครึ่งทางยังต้องเปิดแลปท็อปทำงานต่อก็มี สิ่งที่ “ได้” จากการเป็น Auditor ใน BIG4 ที่เราว่าคุ้มมากคือ 1) สกิล Excel และความละเอียด: จากเดิมทำเป็นนิดหน่อย จะถูกบังคับให้คล่องแบบใช้งานจริง ตั้งแต่การจัดข้อมูล กระทบยอด ทำ working paper ให้เป็นระบบ 2) วินัยและการบริหารเวลา: แม้งานจะหนัก แต่จะได้ทักษะการจัดลำดับความสำคัญ เพราะเดดไลน์คือเรื่องจริง 3) การสื่อสาร/ทำงานกับคน: งานเปลี่ยนทีมเปลี่ยนลูกค้าบ่อย เจอคนใหม่ ๆ ตลอด ทั้งคนดีและคนที่ทำให้เราต้อง “survival” โดยเฉพาะถ้าเป็น introvert จะเหนื่อยกับ social energy มากขึ้น แต่ก็มีโอกาสได้เพื่อนดี ๆ จากการลุยงานด้วยกัน 4) Exposure ธุรกิจ: ได้เห็นหลายอุตสาหกรรม เข้าใจการทำงานของบริษัทจริง ๆ ไม่ใช่แค่ในตำรา แต่สิ่งที่ต้อง “แลก” ก็ค่อนข้างตรงไปตรงมา: เวลาชีวิตหาย นอนน้อย ความเครียดสะสม บางคนพึ่งน้ำหวาน/กาแฟวันละหลายแก้วเพื่อประคองพลัง ช่วงยุ่ง ๆ กินแก้เครียดจนน้ำหนักขึ้นก็มีเหมือนกัน ถ้าใครชอบชีวิตเป็นรูทีนชัด ๆ งานนี้อาจต้องทำใจกับตารางที่เดาไม่ได้ เรื่องเงินเดือน: โดยรวมถือว่าดีสำหรับเด็กเริ่มงาน และถ้าเดือนไหนมี OT ก็จะรู้สึก “อู้ฟู่” ขึ้นมาทันที แต่ก็มีโมเมนต์ที่คิดว่า “ขอนอนแทนได้ไหม” เหมือนกัน ถ้ากำลังตัดสินใจ แนะนำให้ถามตัวเอง 3 ข้อ: 1) รับความไม่เป็นเวลาได้แค่ไหน 2) โอเคกับการออกไซต์/ต่างจังหวัด/นับสต็อกไหม 3) เป้าหมายคืออยากใช้ Big 4 เป็นทางผ่านเพื่อโตไวหรืออยากอยู่ยาว ๆ ถ้าคำตอบชัด จะเลือกง่ายขึ้นมากค่ะ